Saturday, February 20, 2010

ละคร เชลยศักดิ์


แม้เป็นเชลยที่ไร้ศักดิ์ แต่พร้อมเผชิญเพื่อรักและอิสระที่รอคอย

ก่อนสิ้นลมหายใจสุดท้ายม.จ.ไตรศักดิ์ สันตติวงศ์ (สมภพ เบญจาธิกุล) ท่านพ่อของอลิสา (แอน ทองประสม)และอติศักดิ์ ได้ฝากฝังให้ช่วยสะสางความแค้นระหว่างตระกูลอัศวราชกับสันตติวงศ์ ม.จ.ไตรศักดิ์ถูกพระยาสวามิภักดิ์ราชใส่ร้ายว่าเป็นกบฎจนต้องหนีความอัปยศมาอยู่ที่ม่อนผาหลวง อติศักดิ์กับอลิสา (แอน ทองประสม)รับคำท่านพ่ออย่างแข็งขัน หลังสงครามโลกครั้งที่สองจบฉากลง ร้อยโทโยธิน อัศวรัช (พัชฎะ นามปาน)ลูกชายพระยาสวามิภักดิ์ราชกลายเป็นวีรบุรุษเสรีไทยที่มีอนาคตรุ่งเรือง มีภิรมยา(รินลณี ศรีเพ็ญ)ลูกสาวรัฐมนตรีราชฤทธิ์ (เกรียงไกร อุณหะนันท์)เป็นคู่หมั้น แต่พระยาสวามิภักดิ์ราชผู้พ่อกลับกำลังผจญปัญหาบริษัทเดินเรือทะเลกำลังล่ม สลาย อติศักดิ์ถือโอกาสเข้าซื้อหุ้นบริษัท พร้อมเสนอให้เงินกอบกู้บริษัท พระยาสวามิภักดิ์ราชจำยอมรับเงื่อนไขให้โยธินไปเป็นเชลยที่ม่อนผาหลวงเป็น เวลาหนึ่งปี

โยธินได้แต่กัดฟันข่มศักดิ์ศรีตามอติศักดิ์ ไปอยู่ม่อนผาหลวงโดยโกหกภิรมยา(รินลณี ศรีเพ็ญ)ว่าไปทำการค้าให้พ่อที่ทางเหนือ ฝ่ายสันตติวงศ์ได้โอกาสแก้แค้นสมใจ ทั้งอติศักดิ์และอลิสา (แอน ทองประสม)ต่างหาโอกาสกดขี่โยธินในฐานะเชลย แต่ความเก่งกาจและความมีเมตตากลับเอาชนะใจคนงานที่ม่อนผาหลวงได้ ไม่ว่าอลิสา (แอน ทองประสม)จะกลั่นแกล้งอะไร โยธินก็เอาชนะอลิสาได้เสมอ ทำให้อานนท์ชื่นชมโยธินเป็นอย่างมาก อติศักดิ์จึงสั่งให้โยธินเป็นครูของอานนท์

อลิสามักจะเย้ยหยันที่โยธินโกหกปกปิดภิรมยา เรื่องที่เป็นเชลยของสันตติวงศ์ โยธินเสียดสีว่า อลิสาไม่มีวันเข้าใจ เพราะเป็นคนไม่รู้จักความรัก อลิสาโกรธแกล้งสั่งให้โยธินไปส่งจดหมายที่เชียงรัฐโดยใช้เวลาวันเดียว อลิสาอยากให้โยธินรู้ว่า ตนมีคู่รักคือเจ้าขวัญฟ้า (โกสินทร์ ราชกร)แห่งแคว้นเชียงรัฐ อลิสามั่นใจในรักของขวัญฟ้า โดยไม่รู้ว่า ขวัญฟ้าแม้จะรักอลิสาแต่ก็เป็นหนุ่มเจ้าสำราญเจ้าชู้กับผู้หญิงไปทั่ว มีเมียนับไม่ถ้วนอยู่ในคุ้มหลวง และยังมีอินทร์วิไล (สกาวใจ พูนสวัสดิ์) ญาติสาวที่เจ้าแม่หวังยกเป็นลูกสะใภ้ และแม้แต่สีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)สาวใช้คนสนิทของอลิสาก็เคยเป็นเมียขวัญฟ้า

อลิสาหมั่นไส้ความเย่อหยิ่งของโยธินจึงแกล้งใช้โยธิน ไปรับหีบเสื้อผ้าในเมือง โยธินเจอฝนตกหนักเดินทางอย่างลำบาก แต่เมื่อนำหีบเสื้อผ้ามาส่ง อลิสากลับสั่งให้ทิ้งไปอย่างไม่ไยดีแม้ชุดจะเปื้อนเพียงเล็กน้อย ความตรากตรำทำให้โยธินล้มเจ็บลง อลิสาเริ่มรู้สึกผิด แต่โยธินหยิ่งทรนงไม่รับความสงสารจากศัตรู อติศักดิ์แกล้งโยธินหนักขึ้นโดยเชิญรมต.ราชฤทธิ์พร้อมศรีสว่าง (กาญจนา จินดาวัฒน์)ภรรยาและภิรมยา(รินลณี ศรีเพ็ญ)มาเที่ยวม่อนผาหลวง ที่สุดภิรมยา(รินลณี ศรีเพ็ญ)ก็ได้พบโยธิน โยธินได้แต่อ้ำอึ้งและอับอาย ภิรมยา(รินลณี ศรีเพ็ญ)รู้แต่เพียงโยธินเป็นแขกของอติศักดิ์ ขวัญฟ้ามาม่อนผาหลวง อลิสาจึงจัดงานต้อนรับทุกคน เพราะภิรมยาบังคับทำให้โยธินต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย ภิรมยาจัดให้โยธินเต้นรำกับอลิสา ส่วนตัวเองไปเต้นรำกับขวัญฟ้า ขวัญฟ้าอยู่เที่ยวกับรมต.เพื่อหวังผลประโยชน์ ภิรมยารบเร้าให้โยธินร่วมเดินทางเที่ยวเมืองเหนือด้วยกัน

โยธินจึงถูกอลิสาเยาะหยันไปตลอดทาง จนลืมสังเกตว่าขวัญฟ้าเริ่มสนิทสนมกับภิรมยา สีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)แอบมาหาเจ้าขวัญฟ้า (โกสินทร์ ราชกร) ขวัญฟ้าไม่ไยดีสีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์) สีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)จึงขู่จะบอกอลิสาว่าขวัญฟ้าเคยได้ตนเป็นเมียมาก่อน ขวัญฟ้าต้องใช้เสน่ห์ปิดปากสีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)ไปก่อน ภิรมยาแอบมาหาโยธินที่บ้านพักเจอจดหมายของพระยาสวามิภักดิ์ราชจึงรู้สถานะ ที่แท้จริงของโยธินว่าเป็นเชลย ภิรมยาโกรธมากจึงถอนหมั้นจากโยธินและไปหาขวัญฟ้าแทน งานเลี้ยงและการท่องเที่ยวจบลง อติศักดิ์กลับไปกรุงเทพฯ พบว่าพระยาสวามิภักดิ์ราชป่วยจึงอนุญาตให้โยธินไปเยี่ยมพ่อที่กรุงเทพฯ ได้ โยธินได้ข่าวภิรมยาแต่งงานกับขวัญฟ้าอย่างใจด้านชา ขวัญฟ้าจำใจแต่งงานกับภิรมยาเพราะทำภิรมยาท้อง ภิรมยาหงุดหงิดที่ขวัญฟ้าเย็นชา พาลหึงอลิสาโยนของขวัญจากอลิสาทิ้งไป ทำให้ขวัญฟ้าโกรธมากแต่เพราะอิทธิพลของรมต. ขวัญฟ้าต้องยอมรับภิรมยามาอยู่เชียงรัฐแม้จะตัดใจจากอลิสาไม่ได้ สีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)แค้นที่ขวัญฟ้าแต่งงานกับภิรมยาจึงบุกไปเชียงรัฐเสนอแผนการลักพา ตัวอลิสา โดยขวัญฟ้าต้องยอมรับสีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)กลับเป็นเมียตามเดิม

ขวัญฟ้าทำตามแผนสีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)ปลอมจดหมายภิรมยาให้อลิสามาพบ ฝ่ายอติศักดิ์รู้สึกสังหรณ์ใจขอร้องให้โยธินกลับไปม่อนผาหลวงดูแลอลิสาแทน แต่โยธินไปไม่ทันการณ์ ขวัญฟ้าจับอลิสาและอานนท์ไปไว้ที่ผาปู่เจ้าแล้ว อลิสาเจ็บใจที่สีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)ทรยศแต่ก็พยายามหาทางหนี โดยให้อานนท์แอบติดรถคนของขวัญฟ้าไปที่คุ้มหลวงบอกภิรมยาถึงเรื่องที่เกิด ขึ้น อานนท์เสร็จธุระจากภิรมยาแล้วบังเอิญเจอกับโยธินที่ตามมาที่เชียงรัฐ โยธินนัดแนะแผนการหนีกับอานนท์ ขวัญฟ้าพยายามปลุกปล้ำอลิสาแต่ไม่สำเร็จ อานนท์เข้ามาขวางเสียก่อน ตกดึกโยธินแอบเข้าผาปู่เจ้าโดยมีภิรมยาตามมาด้วย ภิรมยาไปหาขวัญฟ้าแต่เจออินทร์วิไล (สกาวใจ พูนสวัสดิ์)เสียก่อน ทั้งสองตบตีกันจนภิรมยาแท้งลูก ด้วยความโกรธภิรมยาจึงยิงอินทร์วิไล (สกาวใจ พูนสวัสดิ์)เสียชีวิต โยธินเข้าไปช่วยอลิสาแต่พบขวัญฟ้าขวาง ขวัญฟ้าจะยิงโยธิน อลิสาคว้าปืนมาได้เล็งที่ขวัญฟ้า สีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)ถือมีดถลันมาจะแทงอลิสา ขวัญฟ้าเข้าขวางจึงถูกสีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)แทงตาย สีโบ (สินิทรา บุญยศักดิ์)เสียใจมากที่พลาดแทงจนขวัญฟ้าตาย จึงใช้มีดเล่มนั้นเอง ฆ่าตัวตายตาม

โยธินพาอลิสากับอานนท์หนีออกมา พวกเชียงรัฐตามมาติดๆ ทั้งสามจึงต้องไต่ลงผา ลุยน้ำข้ามฝั่งอย่างลำบากลำบนจนเจอพวกอติศักดิ์ โยธินพาอลิสากับอานนท์มาพักบ้านชาวไร่ พวกเชียงรัฐมาค้นบ้าน ทั้งสองต้องหลบไปแอบในคอกวัวยิ่งทำให้สนิทสนมกัน ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนไป จนเดินทางกลับมาถึงม่อนผาหลวงได้อย่างปลอดภัย อติศักดิ์ตัดสินใจฉีกสัญญาเชลยทิ้งเพื่อทดแทนที่โยธินไปช่วยอลิสา โยธินกลับโกรธที่อติศักดิ์กับอลิสาตัดสินใจโดยไม่คิดถาม โยธินพาลกับอลิสาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โยธินประชดขี่ม้าออกจากม่อนผาหลวงในวันรุ่งขึ้นเลยโดยไม่ร่ำลาใคร ระหว่างทางอลิสาขี่ม้าตามมาทำให้โยธินใจอ่อนลง ทั้งสองบอกความในใจกัน โยธินให้สัญญาว่าจะกลับมาม่อนผาหลวงอีกครั้งในฐานะอื่นที่ไม่ใช่ “เชลย” อลิสาสัญญาว่าจะรอคอยจนถึงวันนั้น..

ตัวละคร

ร้อยโทโยธิน อัศวรัช
อายุ 25 ปีจบการทหารจากวูลลิช ประเทศอังกฤษ เป็นเสรีไทยที่ อังกฤษ มีวีรกรรมโดดร่มลงมาเป็นสายในประเทศไทย เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงจึงกลายเป็นวีรบุรุษ มีอนาคตที่งดงาม เป็นคนหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี รักพ่อจนยอมเสียสละทุกอย่าง

ม.ร.ว.อลิสา สันตติวงศ์
อายุ 24 ปี สาวราชนิกูลจบวิชาการเรือนจากอังกฤษ สวยสง่าและ เย่อหยิ่ง เก่งทั้งการเรือนและกีฬา ขี่ม้ายิงปืนเก่งเท่าๆ ผู้ชาย

พันเอกม.ร.ว. อติศักดิ์ สันตติวงศ์
อายุ 40 ปี นายทหารที่มุ่งมั่นรักศักดิ์ศรีและภักดีต่อวงศ์ตระกูลฝังใจเรื่องการแก้แค้นแต่ก็มีความยุติธรรมพอให้กับโยธิน

ภิรมยา ราชฤทธา
อายุ 22 ปี สาวน้อยที่ใช้ชีวิตอย่างฉาบฉวย รักง่ายหน่ายเร็ว มองคนแต่ภายนอก

เจ้าขวัญฟ้า
อายุ 25 ปี เจ้าราชบุตรของเจ้าผู้ครองเชียงรัฐ ผู้ชายหน้าสวย เจ้าชู้มีเสน่ห์ แต่อารมณ์แปรปรวนง่าย ชินกับการเป็นใหญ่

สีโบ
หรือจันทร์แก้ว เป็นเมียของขวัญฟ้า แต่ถูกเจ้าแม่กดขี่ข่มเหงจนแค้นใจหนีกลับมาเป็นสาวใช้คนสนิทของอลิสา เป็นคนบูชาความรักทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ขวัญฟ้า

อินทร์วิไล
นางข้าหลวงและญาติห่างๆของขวัญฟ้าที่จะถูกยกให้เป็นเมียขวัญฟ้าเป็นคนมีไว พริบ พยายามทำตัวให้ขวัญฟ้ารักและยอมรับให้ได้ ซ่อนความใฝ่สูงไว้อย่างแนบเนียน

อานนท์
อายุ10 ขวบ ลูกพี่ลูกน้องของอลิสา เป็นเด็กกำพร้าอยู่ในอุปการะของอติศักดิ์ เป็นเด็กที่ซุกซนชอบผจญภัย ฝันจะได้เป็นทหาร ได้บุกป่าล่าสัตว์ จึงชื่นชมโยธินมากที่โยธินเก่งทุกๆ ด้าน โยธินก็เอ็นดูอานนท์มาก

พระยาสวามิภักดิ์ราช
พ่อของโยธิน เป็นคนอ่อนแอทั้งเป็นโรคหัวใจและอ่อนแอทางจิตใจ

รมต.ราชฤทธิ์
พ่อของภิรมยา เป็นรมต.เป็นที่เคารพนับถือ แต่จุดอ่อนคือรักลูกสาว มากจนยอมใช้อำนาจของตัวเองเพื่อให้ลูกมีความสุข

ศรีสว่าง
แม่ของภิรมยา เป็นแม่ที่จุ้นจ้านจัดการทุกอย่างให้ลูก คอยตรวจคัดหาผู้ชายที่เหมาะสมจะมาเป็นคู่กับภิรมยา

เจ้าพ่อ
เจ้าหลวงผู้ครองเชียงรัฐ เป็นนักปกครองที่เก่งกล้าแต่ไม่สามารถคุมลูกชายในเรื่องชีวิตส่วนตัวได้

เจ้าแม่
เจ้าแม่ของขวัญฟ้า ผู้ยึดมั่นในธรรมเนียมต้องการให้ขวัญฟ้าแต่งงานกับผู้หญิงเชียงรัฐเท่านั้น ทำทุกอย่างได้เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

ม.จ.ไตรศักดิ์
เสด็จพ่อของอลิสากับอติศักดิ์

เฒ่าเหมย
คนรับใช้ประจำทับหน้าที่คอยดูแลโยธินอย่างซื่อสัตย์

หนานบุญมี
คนรับใช้บนตึก

หนานเมือง
คนดูแลคอกม้า เป็นคนที่พาโยธินไปตามหาอลิสาที่เชียงรัฐ

พ่อครัวกู๋
พ่อครัวฝีมือเยี่ยมในม่อนผาหลวง ปากร้ายใจดี



เชลยศักดิ์ บทประพันธ์โดย : ดวงดาว (หม่อมเจ้าหญิงสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร)
เชลยศักดิ์ บทโทรทัศน์โดย : คาจา นาลันทา
เชลยศักดิ์ กำกับการแสดงโดย : ชูศักดิ์ สุธีรธรรม
เชลยศักดิ์ ผู้ช่วยผู้กำกับการแสดงโดย : สันติ ต้อยปาน, ปกหญิง อินทรัตน์
เชลยศักดิ์ ผู้จัดโดย : วรายุธ มิลินทจินดา
เชลยศักดิ์ ผลิตโดย : บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด


รายชื่อนักแสดง เชลยศักดิ์


แอน ทองประสม รับบท ม.ร.ว.อลิสา สันตติวงศ์
พัชฎะ นามปาน “ ร้อยโทโยธิน อัศวรัช
รินลณี ศรีเพ็ญ “ ภิรมยา
โกสินทร์ ราชกรม “ เจ้าขวัญฟ้า
ดอม เหตระกูล “ ม.ร.ว.อติศักดิ์ สันตติวงศ์
สินิทรา บุญยศักดิ์ “ สีโบ
สกาวใจ พูนสวัสดิ์ “ อินทร์วิไล
เกรียงไกร อุณหะนันท์ “ รัฐมนตรีราชฤทธิ์
กาญจนา จินดาวัฒน์ “ ศรีสว่าง (กาญจนา จินดาวัฒน์)
มาตรา ไพรหิรัญ “ เจ้าพ่อ
รัญญา ศิยานนท์ “ เจ้าแม่
ดิลก ทองวัฒนา “ พระยาสวามิภักดิ์ราช
สมภพ เบญจาธิกุล “ ม.จ.ไตรศักดิ์ สันตติวงศ์
ด.ช.กฤชพล จารุศักดิ์ “ อานนท์
สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ “ เฒ่าเหมย
เวนซ์ ฟอลโคเนอร์ “ หนานเมือง
อัฒพล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา “ อากู๋
ชูศักดิ์ สุธีรธรรม “ หนานมี


เชลยศักดิ์ ออกอากาศ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ไทยทีวีสีช่อง 3

Thursday, February 11, 2010

ละคร พระจันทร์ลายพยัคฆ์


“ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง แท้จริงไม่เคยมีคำว่ามิตรสหาย!!”

เรื่องย่อ พระจันทร์ลายพยัคฆ์

จันทร์ฉาย (อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ) ลูกสาวตำรวจที่เก็บความแค้นตั้งแต่เด็ก เช่น เดียวกับ ปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม) และ ทิวา (ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว) ที่โตมาในครอบครัวตำรวจ จันทร์ฉายเห็นพ่อตัวเองกับพ่อของปานเดือนถูกพวกค้ายาเสพติดยิงตายต่อหน้าต่อตา นวล (ตุ้ม-รสริน จันทรา) แม่ของปานเดือน-ทิวาจึงรับอุปการะจันทร์ฉายเป็นลูกบุญธรรม ทั้ง 3 คน รักกันเหมือนพี่-น้องแท้ๆ แถมยกให้จันทร์ฉายเป็นพี่สาวคนโตคอยปกป้องน้องๆ

หลังเรียนจบปานเดือนกับจันทร์ฉายสอบเข้าเป็นนายร้อยตำรวจหญิงรุ่นเดียวกัน ทั้งคู่ถูกส่งไปฝึกกับ ผู้กองอานนท์ (เวีย ร์-ศุกลวัฒน์ คณาเรศ) นายตำรวจรูปหล่อแห่งกองปราบฯ ปานเดือนหลงรักอานนท์ตั้งแต่แรกพบ ผิดกับจันทร์ฉายที่ไม่ถูกชะตากับอานนท์เอาซะเลย ระหว่างฝึกภาคปฏิบัติจันทร์ฉายแสดงฝีมือ และคอยช่วยเหลือคนอื่น จนเพื่อนๆ รัก และยอมรับเธอมากกว่าปานเดือน น้องสาวที่ยึดติดกับกฎเกณฑ์จนไม่สนใจมิตรภาพของเพื่อน อานนท์จึงเลือกจันทร์ฉายเป็นผู้ช่วยคนใหม่แทน ไพลิน (เอมี่-เอมิกา บูเฮอร์) สายตำรวจที่ถูกพวกค้ายาฯ ฆ่าตาย เหตุนี้ทำให้ปานเดือนเข้าใจว่าพี่สาวจะแย่งอานนท์ เธอร่วมมือกับ ผู้กองชัชวาล (กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์) มือปราบคู่ปรับอานนท์ คอยตัดหน้าการจับกุมทีมของจันทร์ฉายทุกครั้ง

ต่อมาทีมอานนท์ได้รับมอบหมายให้จับกุม ภูผา (เก่ง-ชาติชาย งามสรรพ์) หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ แต่ก็ถูกชัชวาลกับปานเดือนจับกุมตัดหน้าจนเสียแผน แถมเธอยังเกือบถูกภูผาฆ่า โชคดีที่จันทร์ฉายไปช่วยทัน แต่จันทร์ฉายบันดาลโทสะยิงภูผาตาย!! ชำระแค้นที่มันเคยฆ่าพ่อของเธอ กับปานเดือนตาย การกระทำเกินกว่าเหตุทำให้จันทร์ฉายถูกลงโทษ อานนท์ขอร้องปานเดือนช่วยให้ปากคำเข้าข้างจันทร์ฉาย เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอพ้นผิด แต่ด้วยความอิจฉาที่เห็นอานนท์ห่วงใยพี่สาวปานเดือนเลยปรักปรำจันทร์ฉายจน ต้องติดคุก

แม้ภูผาจะถูกฆ่าแต่สมุนมันยังตามแก้แค้นปานเดือน-จันทร์ฉายไม่เลิก จนแม่ของพวกเธอต้องรับเคราะห์ถูกทำร้ายสาหัส แค้นครั้งนี้ทำให้ปานเดือนเกลียดจันทร์ฉายเพิ่มทวีคูณ เพราะคิดว่าพี่สาวเป็นต้นเหตุของเรื่องร้ายๆ หลังพ้นโทษจันทร์ฉายตามแก้แค้นคนทำร้ายแม่บุญธรรมอย่างเลือดเย็น ความผิดซ้ำๆ ทำให้เธอถูกไล่ออกจากราชการ แถมปานเดือนยังประกาศตัดพี่ตัดน้องกับจันทร์ฉาย ทิวาสงสารจันทร์ฉายแต่ไม่กล้าขัดปานเดือน จันทร์ฉายหมดหนทางเลยไปอยู่กับ สมชาย (บอล เชิญยิ้ม) อดีตพนักงานในผับภูผา ทั้งคู่สนิทกันตอนที่เธอปลอมเป็นนักร้องไปสืบคดีให้กองปราบ จันทร์ฉาย-สมชายหุ้นกันขายของจนกลายเป็นเพื่อนซี้

ไม่นาน วายุ (อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์) น้องชายต่างแม่ของภูผา มารับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทน ด้วยความที่ภูผาเคยดูถูกแม่วายุไว้มาก ทำให้เขาอยากล้างแค้นพี่ชายมากกว่าจะกำจัดศัตรู จึงแค่ให้ เมธี (เอ็ก ซ์-ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์) มือขวาเก่าภูผาไปก่อกวนจันทร์ฉายจนทำมาหากินไม่ได้ อานนท์พยายามช่วยเหลือจันทร์ฉายทุกอย่างแต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง เพราะเธออยากให้อานนท์รักปานเดือน ส่วนเธอจนตรอกจนต้องบุกไปชำระแค้นกับวายุ จันทร์ฉายโชว์ฝีมือจัดการสมุนเมธีจนวายุทึ่ง! อยากได้เธอมาร่วมงาน แต่จันทร์ฉายไม่คิดทำงานผิดกฎหมาย จนวายุถูกศัตรูลอบทำร้าย และเธออยู่ในเหตุการณ์พอดีจึงปกป้องเขาจนปลอดภัย วายุขอให้จันทร์ฉายมาเป็นบอดี้การ์ด โดยสัญญาจะไม่ให้เธอยุ่งเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด แถมยื่นเงื่อนไขเป็นเงินก้อนโตให้เธอไปรักษาแม่บุญธรรม จันทร์ฉายจึงยอมตกลง แต่การร่วมแก๊งของเธอทำให้ จอมขวัญ (ปอย-ปวีณา ตันฑ์ศรีสุโรจน์) ภรรยาภูผากับเมธีที่เป็นชู้รักกันไม่พอใจ เพราะพวกมันกำลังจะกำจัดวายุ และยึดอำนาจทั้งหมด ด้วยสัญชาตญาณตำรวจจันทร์ฉายอ่านเกมชั่วของชู้รักคู่นี้ออก จึงขัดขวางแผนร้ายของทั้งคู่ได้ทุกครั้ง

หลังปานเดือนกำจัดจันทร์ฉายพ้นทาง เธอทำทุกทางให้ได้ใจอานนท์แต่ไม่เป็นผล แถมยังเจอศัตรูหัวใจคนใหม่อย่าง ดุจดาว (แก้มบุ๋ม-พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) ลูกสาว ท่านวิชาญ (เจี๊ยบ-ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) นักการเมืองใหญ่ ดุจดาวหลงเสน่ห์อานนท์จึงให้เขามาเป็นบอดี้การ์ด อานนท์กับปานเดือนเลยได้เข้านอกออกในบ้านวิชาญบ่อยๆ เลยรู้ว่าจันทร์ฉายไปทำงานให้วายุ วิชาญเดาปมแค้นของปานเดือนที่มีกับพี่สาวออก เลยหว่านล้อมให้เธอร่วมมือกำจัดพวกวายุได้ไม่ยาก ปานเดือนประกาศลากคอจันทร์ฉายเข้าตารางให้ได้ ที่สำคัญเกมนี้วิชาญยังมีเมธีกับจอมขวัญเป็นหนอนบ่อนไส้คอยล้วงความลับ และใส่ร้ายจันทร์ฉายให้วายุฟังบ่อยๆ แต่เขาไม่สนเพราะจันทร์ฉายเป็นคนดี วิชาญให้ ต้าเหว่ย (เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) หัวหน้าขบวนการค้ายานรกชนกลุ่มน้อยหลอกซื้อยาจากวายุ พอวันส่งของต้าเหว่ยทำร้ายจนวายุตาบอดแล้วจับเป็นตัวประกัน วายุหว่านล้อมทุกวันจนต้าเหว่ยยอมช่วยเขา แต่หุ้นส่วนต้าเหว่ยไม่เอาด้วย พอถึงวันไถ่ตัวจันทร์ฉายอาสาถือเงินมาเอง ขณะแลกตัวประกันต้าเหว่ยส่งซิกให้จันทร์ฉายคุ้มกันให้วายุ ส่วนตัวเองยิงสกัดหุ้นส่วนเก่าตายคาที่ ช่วยวายุ-จันทร์ฉายรอดมาได้ ทำให้วายุกับต้าเหว่ยกลายเป็นหุ้นส่วนกันทันที

ตลอดเวลาที่วายุมองไม่เห็นจันทร์ฉายกับสมชายดูแลเขาอย่างดี ความดีของเธอทำให้วายุหลงรักมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานตาของวายุก็มองเห็นปกติ แต่เขาทำเป็นตาบอดเหมือนเดิม เพราะอยากรู้ว่าใครคิดร้ายกับตัวเองบ้าง ถึงรู้ว่าเมธีกับจอมขวัญเป็นพวกวิชาญไปแล้ว แต่วายุไม่โวยวายตามเกมทั้งคู่ต่อ เขาเลยรู้ว่าปานเดือนก็ร่วมมือกับวิชาญ คอยบอกความเคลื่อนไหวของตำรวจให้ขบวนการค้ายาฯ ของวิชาญรู้ จนพวกมันหนีการจับกุมได้ทุกครั้ง เพื่อแลกกับตำแหน่งในราชการ และจะยืมมือวิชาญฆ่าจันทร์ฉาย ปานเดือนถลำลึกหลงผิดจนถอนตัวไม่ขึ้น

ไม่นานเมธีก็หลอกวายุ-จันทร์ฉาย-สมชายไปให้ปานเดือนจับ งานนี้มีอานนท์กับ จ่าพงศ์ (ค่อม ชวนชื่น) ร่วมทีมด้วย จันทร์ฉายประจันหน้ากับอานนท์ เธอตัดสินใจปกป้องวายุจนอานนท์ต้องโต้กลับ วายุกลัวจันทร์ฉายถูกจับเลยเข้าชาร์จช่วยเธอ ทุกคนตะลึง! ที่ตาวายุมองเห็น เขาอาศัยทีเผลอรัวยิงตำรวจตายเป็นเบือ อานนท์แค้นแทบคลั่งที่สูญเสียเพื่อนๆ เขากระหน่ำยิงใส่รถวายุจนแล่นลับตาไป เมื่อถึงที่พักจันทร์ฉายอาละวาดวายุอย่างหนัก เพราะโกรธที่วายุปิดบังเรื่องการมองเห็น วายุรู้สึกผิดต่อเธอมากเขาขอโทษ และสัญญาจะวางมือจากธุรกิจผิดกฎหมายทุกอย่าง หากจันทร์ฉายยอมใช้ชีวิตด้วย แต่ก็ถูกเธอปฏิเสธไร้เยื่อใย ก่อนเดินจากวายุไปทันที

ส่วนอานนท์ก็ถูกผู้ใหญ่เร่งให้ปิดคดีวายุ เป็นจังหวะเดียวกับที่วายุมาตามหาจันทร์ฉายที่แฟลตอานนท์ 2 หนุ่ม แทบจะฆ่ากันให้ตาย โดยไม่รู้ว่าจันทร์ฉายกำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะเธอตัดสินใจไปกราบลา แม่นวล (ตุ้ม-รสริน จันทรา) ที่บ้านเก่า ขณะที่แม่ลูกกอดลากันร้องไห้ ปานเดือนก็โผล่มาจ่อปืนใส่จันทร์ฉายต่อหน้าแม่ ทุกคนตกใจมากบอกให้จันทร์ฉายหนีไป แต่เธอไม่หนีแถมยอมมอบตัวให้ปานเดือนจับโดยดี ท่าทางปานเดือนเหมือนคนเสียสติ ทิวาชาร์จปานเดือนเพื่อให้จันทร์ฉายหนี แต่ปานเดือนตามไม่เลิก โชคดีที่วายุตามมาทันเขาพาจันทร์ฉายหนีตายไปกบดานบ้านเก่าบนเกาะส่วนตัว

ขณะที่วายุ-จันทร์ฉาย-สมชายไปถึงท่าเรือ อานนท์-จ่าพงศ์ก็เข้าสกัดจับ แต่ไม่ทันเจรจาจู่ๆ วิชาญก็ส่งสมุนมากำจัดวายุกับพวก งานนี้อานนท์กับจ่าพงศ์เลยต้องช่วยพวกวายุก่อน ระหว่างที่ต่างคนต่างหนีวิถีกระสุน สมุนวิชาญก็ยิงถังน้ำมันตรงที่จันทร์ฉายหลบอยู่ระเบิด!! ร่างของเธอหายไปในพริบตา ทำเอาอานนท์กับวายุช็อก! จนถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บทั้งคู่ จ่าพงศ์กับสมชายต่างก็ช่วยหัวหน้าตัวเองอย่างทุลักทุเล แต่ปานเดือนไม่เชื่อว่าจันทร์ฉายจะตายง่ายๆ เธอยังตามล่าล้างแค้นจันทร์ฉายแทบพลิกแผ่นดิน เรื่องราวการล้างแค้นของ 2 พยัคฆ์สาว ปานเดือน กับ จันทร์ฉาย จะจบลงยังไง? และอานนท์ จะหาทางออกให้หัวใจตัวเองได้หรือไม่? ตามลุ้นในละคร “พระจันทร์ลายพยัคฆ์”

คาแรคเตอร์นักแสดง “พระจันทร์ลายพยัคฆ์”

1. อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท “จันทร์ฉาย”
หญิงสาวที่งามทั้งกาย และใจ ความที่เป็นลูกกำพร้าทำให้จันทร์ฉายเจียมตัว อ่อนน้อมภายใต้เปลือกนอกที่เข้มแข็ง แม้จะเป็นผู้หญิงแต่มีความกล้าหาญ เสียสละไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอก ความมีน้ำใจชอบเอื้อเฟื้อต่อคนอื่น ทำให้เธอเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ โดยเฉพาะกับ แม่นวล (ตุ้ม-รสริน) , ปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์) , ทิวา (ซัน-ประชากร) แม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูเธอตั้งแต่เด็ก จันทร์ฉายเสียสละให้พวกเขาทุกอย่าง แม้กระทั่ง อานนท์ (เวียร์-ศุกลวัฒน์) ผู้ชายที่เธอรักที่สุดก็สละให้น้องสาวได้

2. ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบท “ปานเดือน”
ผู้หญิงที่มีแต่ความทะเยอทะยาน ชอบเอาชนะคนอื่น ปานเดือนเก็บงำนิสัยแย่ๆ ไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ที่แสนดี เธอเคร่งครัดในกฎเกณฑ์จนไม่สนใจพี่น้อง ทำให้ปานเดือนไม่ค่อยมีเพื่อนเหมือนจันทร์ฉาย ลึกๆ แล้วเธอไม่มั่นใจในตัวเองเอาซะเลย เพราะใครๆ ชอบเอาจันทร์ฉายมาเปรียบเทียบกับเธอ ปมด้อยของปานเดือนสะสมจนกลายเป็นความแค้น ทำให้เธอกลายเป็นคนเหี้ยมโหด ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเป็นที่หนึ่ง

3. เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณาเรศ รับบท “อานนท์”
ผู้กองหนุ่มรูปหล่อแห่งกองปราบปราม เป็นสุภาพบุรุษขวัญใจสาวๆ อานนท์เป็นคนมีน้ำใจ เชื่อมั่นว่ากฎหมาย คือ หลักแห่งความยุติธรรม ทำให้อานนท์สับสนต่อความรักที่มีให้ จันทร์ฉาย (อั้ม-พัชราภา) และลังเลกับความผูกพันที่มีต่อ ปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์) ด้วยความที่เป็นนายตำรวจที่มุ่งมั่นในการทำงาน หลายครั้งที่อานนท์ต้องเลือกระหว่างหน้าที่รับผิดชอบกับเรื่องของหัวใจ

4. อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท “วายุ”
มาเฟียหนุ่มรสนิยมสูง ฉลาดไหวพริบดี เยือกเย็นกล้าคิดกล้าตัดสินใจ จันทร์ฉายเคยช่วยชีวิตเขาไว้ ทำให้วายุประทับใจความกล้าหาญของเธอ นานวันไปจึงกลายเป็นความรัก วายุเป็นคนรอบคอบกิจการนอกกฎหมายที่รับช่วงต่อจาก ภูผา (เก่ง-ชาติชาย) พี่ชายต่างแม่จึงก้าวหน้ารวดเร็ว ทำให้เขาเป็นศัตรูตัวฉกาจของตำรวจ และลูกน้องเก่าของภูผาที่คิดหักหลังฮุบธุรกิจ

5. เก่ง-ชาติชาย งามสรรพ์ รับบท “ภูผา”
หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ภูผาเป็นคนเลือดร้อนไม่ละเอียดเหมือน วายุ (อ๋อม-อรรคพันธ์) น้องชายต่างแม่ที่เขาดูถูกเหยียดหยาม แต่สุดท้ายภูผาก็ต้องขอร้องให้วายุมาช่วยธุรกิจนอกกฎหมายที่กำลังถูกคู่แข่ง รุกอย่างหนัก ด้วยความที่ไว้ใจคนอื่นง่าย ทำให้ภูผาถูก จอมขวัญ (ปอย-ปวีณา ตันฑ์ศรีสุโรจน์) คู่ชีวิตร่วมมือกับ เมธี (เอ็กซ์-ธิตินันท์) ชู้รักหักหลัง จนภูผาถูกจับตาย..ย

6. เอ็กซ์-ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์ รับบท “เมธี”
ลูกน้องคนสนิทของภูผาที่ช่วยกันสร้างฐานอำนาจขึ้นมาด้วยกัน เมธีริษยา และมักใหญ่ใฝ่สูงจึงคิดหักหลังนายเก่า แถมเป็นชู้กับภรรยาเจ้านาย เพราะหวังจะฮุบทุกอย่างมาเป็นของตัวเอง ด้วยความที่เมธีเก่งทั้งบู๊ และบุ๋นเขาเลยได้เป็นหัวหน้าคุมสมุนทั้งหมด แต่เพราะมีจิตใจอาฆาตเจ้าอารมณ์ จึงไม่มีบารมีพอที่จะเป็นนายใหญ่ได้

7. ปอย-ปวีณา ตันฑ์ศรีสุโรจน์ รับบท “จอมขวัญ”
นักร้องสาวสวยประจำผับ และเป็นภรรยาของภูผา จอมขวัญเป็นคนไม่รู้จักพอ มักใหญ่ใฝ่สูง และเป็นผู้หญิงหน้าเนื้อใจเสือ ชอบใช้ความสวยหลอกใช้ผู้ชายหน้าโง่ๆ จิตใจเต็มไปด้วยแรงอาฆาต ทำได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ และเงินตรา จอมขวัญคบชู้กับเมธีลูกน้องคนสนิทของภูผา

8. แก้มบุ๋ม-พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์ รับบท “ดุจดาว”
ลูกสาวคนสวยของท่านวิชาญ ดุจดาวเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตไฮโซไปวันๆ ไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์เลย นอกจากการไปออกงานอีเวนท์ และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ผลาญเงินพ่อไปเรื่อยๆ เป็นซูเปอร์สตาร์ในวงสังคมไฮโซ เลยชอบเอาแต่ใจตัวเอง เจ้าอารมณ์ ชอบอวดเบ่งไปวันๆ

9. เจี๊ยบ-ศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท “ท่านวิชาญ”
นักการเมืองภาพพจน์ดี เป็นผู้ใหญ่ที่ข้าราชการ และคนทั่วไปนับหน้าถือตา แต่วิชาญสร้างเกียรติยศ-ฐานะมาจากธุรกิจนอกกฎหมาย แม้จะประสบความสำเร็จมีหน้าที่การงานยิ่งใหญ่ แต่เขายังต้องอาศัยรากฐานทางการเงินจากองค์กรใต้ดิน เปรียบเหมือนเทพเจ้าของเหล่ามาเฟียค้ายาเสพติดรายใหญ่ของประเทศ สามารถชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ แต่วิชาญชอบสร้างภาพลักษณ์สวยงามไว้เป็นเกราะกำบังความชั่ว จนคนทั่วไปเห็นว่าเขาเป็นนักการเมืองอาวุโสจิตใจดี ธรรมะธัมโม

10. บอล เชิญยิ้ม รับบท “สมชาย”
18 มงกุฎจอมกะล่อน สมชายทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตั้งแต่เกิด งานถนัดของเขาจึงเป็นพวกลิ่วล้อให้คนทำธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท ด้วยความเป็นคนหัวไว คล่องแคล่ว จึงคอยเป็นนกต่อให้พวกมาเฟีย แต่บางครั้งที่ตำรวจจ้าง สมชายก็พร้อมจะขายข่าวให้ตำรวจเช่นกัน เปลือกนอกสมชายอาจดูไร้สาระ ขี้ขลาด ไม่น่าคบค้าสมาคม แต่ลึกๆ เขาก็รักเพื่อนฝูง แถมยังเคยช่วย จันทร์ฉาย (อั้ม-พัชราภา) รอดตายจากมาเฟียด้วย

11. ค่อม ชวนชื่น รับบท “จ่าพงศ์”
ตำรวจเฒ่าผู้เจนโลก จ่าพงศ์เป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่น แต่นิสัยเสียอยู่อย่าง คือ ชอบเล่นพนันเสี่ยงโชค โดยเฉพาะ “ลอตเตอรี่” ด้วยความเป็นคนง่ายๆ ไม่ถือตัว ทำให้จ่าพงศ์เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานในกองปราบฯ ภายนอกเขาอาจจะดูไม่สนใจโลก แต่ท่าแท้จ่าพงศ์มีเหตุผล ทำให้ อานนท์ (เวียร์-ศุกลวัฒน์) เลือกเขาเป็นลูกทีมคนสนิท อดีตจ่าพงศ์เคยทำงานกับพ่อ จันทร์ฉาย (อั้ม-พัชราภา) และปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์) จึงสนิทสนมกับครอบครัวของ 2 สาว เป็นอย่างดี

12. กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ รับบท “ผู้กองชัชวาล”
ผู้กองหนุ่มคู่ปรับอานนท์ ชัชวาลเป็นตำรวจที่เคร่งครัดตั้งใจทำงาน แต่บางครั้งมุ่งมั่นในหน้าที่เกินไปจนลืมมิตรภาพของ “เพื่อน” อย่างอานนท์ ชัชวาลชอบเอาชนะคนอื่นเหมือนปานเดือน ทั้งคู่เลยได้ร่วมงานกันในกองปราบฯ ทำคดีปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในประเทศ

13. เจเจ-จักรกฤษณ์ กนกพจนานนท์ รับบท “ชัย”
นักฆ่าหนุ่มมาดนิ่ง ชัยมีความสันโดษเป็นเอกลักษณ์ ชอบเก็บตัวเงียบ แต่เวลาฆ่าคนชัยไม่เคยทำงานพลาด เมธี (เอ็กซ์-ธิตินันท์) ชุบเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ชัยจึงนับถือเมธีเหมือนพ่อบังเกิดเกล้า พอโตขึ้นเลยคอยรับใช้เมธีมาตลอด เขาไม่เคยถูกใจสาวคนไหนเลย จนมาเจอ ปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์) มือปราบฯ สาวสวย ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ใจชัยหวั่นไหน แต่เส้นทางชีวิตของเขากับเธอช่างเป็นเส้นขนานกันเหลือเกิน ความรักครั้งนี้ของชัยทำให้เขาสับสนกับทุกสิ่ง

14. ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว รับบท “ทิวา”
เด็กหนุ่มหน้าใสหัวใจละอ่อน ทิวาเป็นวัยรุ่นยุคใหม่มองโลกสดใส หัวอ่อน ถูกครอบงำได้ง่าย ชีวิตปกติของเขาคือการเรียนหนังสือ และอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่บ้าน แทน ปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์) กับ จันทร์ฉาย (อั้ม-พัชราภา) พี่สาวสุดสวยที่เป็นตำรวจกองปราบฯ บุคลิกของทิวาจึงแตกต่างกับพี่ๆ สิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องบู๊ทิวาไม่เป็นเลย

15. ไกรลาศ เกรียงไกร รับบท “สารวัตรขจร”
ผู้บังคับบัญชาของ อานนท์ (เวียร์-ศุกลวัฒน์) กับ จันทร์ฉาย (อั้ม-พัชราภา) สารวัตรขจรเป็นนายตำรวจใจซื่อมือสะอาด แต่หัวอ่อนไม่กล้าตัดสินปัญหา ที่สำคัญขจรเคยเป็นลูกน้องเก่าของพ่อ ปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์) และเป็นเพื่อนตำรวจสนิทของพ่อจันทร์ฉาย พอ 2 สาว เป็นตำรวจขจรจึงคอยดูแล แนะนำการเป็นตำรวจมือปราบฯ ที่ดีให้หลานทั้งคู่ ด้วยความรัก และห่วงใยพวกเธอ

16. เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท “ต้าเหว่ย”
หัวหน้าชนกลุ่มน้อยที่เป็นพันธมิตรค้ายาเสพติดกับวายุ ต้าเหว่ยเป็นคนเด็ดเดี่ยวชอบคนตรงไปตรงมา แต่ในวงการค้ายานรกหาเพื่อนซื่อสัตย์ยาก จนได้เจอกับวายุกับจันทร์ฉายเขารู้ทันทีว่าทั้งคู่เป็นคนจริง ไม่เอาเปรียบใคร ต้าเหว่ยถึงไว้ใจร่วมลงทุนด้วย

17. ชูษี เชิญยิ้ม รับบท “ปกรณ์”
ลูกน้องจอมประจบของ ชัชวาล (กฤตภาศ) ทั้งคู่จะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่เวลามีเรื่องปกรณ์มักจะหายตัวไปทุกครั้ง แต่เขาจะหัวไวหาเรื่องแก้ตัวให้ความขี้ขลาดของตัวเองได้ทุกครั้ง

18. ตูมตาม เชิญยิ้ม รับบท “คำรณ”
ลูกน้องที่ไม่เอาไหนอีกคนของ ชัชวาล (กฤตภาศ) นิสัยขี้ประจบหัวหน้าของคำรณก็ไม่แพ้ ปกรณ์ (ชูษี) เช่นกัน แต่ด้วยความที่คำรณเป็นคนตัวใหญ่ ลักษณะพิเศษของเขา คือ ชอบใช้กำลัง ตรงนี้เป็นจุดที่แตกต่างระหว่างคำรณกับปกรณ์สิ้นเชิง

19. ไก่-วิฑูรย์ ลิ่วลักษณ์ รับบท “เกษม”
ลูกน้องคนสนิทของ วายุ (อ๋อม-อรรคพันธ์) ตั้งแต่อยู่ที่เกาะส่วนตัว เกษมเป็นคนซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อเจ้านายมาก นิสัยเขาจึงเป็นคนมุทะลุดุดัน กล้าได้กล้าเสีย ไม่ว่าวายุจะเกิดปัญหาอะไร เกษมจะคอยออกหน้าปกป้องนายชนิดลืมตายทุกครั้ง เพราะเขาสงสารที่วายุเป็นลูกเมียน้อย เลยถูกลูกเมียหลวงอย่าง ภูผา (เก่ง-ชาติชาย) ใส่ร้ายดูถูกมาตั้งแต่เล็ก เกษมจึงช่วยวายุกอบกู้ธุรกิจใต้ดินของพ่อเขาคืนจากภูผาจนได้

20. เอมี่-เอมิกา บูเฮอร์ รับบท “ไพลิน”
นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงรุ่นเดียวกับจันทร์ฉาย-ปานเดือน อานนท์เลือกเธอเป็นผู้ช่วยสืบคดีค้ายาเสพติดในแก๊งภูผา เพราะไพลินเป็นคนดูไม่มีพิษภัย เหมาะจะเป็นสายตำรวจ แต่สุดท้ายเธอก็ถูกพวกมันฆ่าอย่างทรมาน เหตุการณ์นี้ทำให้อานนท์ฝังใจ และรู้สึกผิดกับไพลินมาตลอด

21. ตุ้ม-รสริน จันทรา รับบท “นวล”
แม่ที่แสนดีของ ปานเดือน (ยุ้ย-จีรนันท์) กับ ทิวา (ซัน-ประชากร) และยังเป็นแม่บุญธรรมที่เลี้ยง จันทร์ฉาย (อั้ม-พัชราภา) มาตั้งแต่เด็ก นวลเป็นผู้หญิงเด็ดเดี่ยว รักความยุติธรรม อดทนทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกๆ และครอบครัว บางครั้งนวลยึดมั่นกับศักดิ์ศรี-ความดีเกินไป จนทำให้กดดันการใช้ชีวิตปกติของครอบครัว แม้ฐานะของนวลไม่รวยล้นฟ้า แต่เธอมีน้ำใจเลี้ยงดูให้ความรัก และการศึกษา จันทร์ฉายเหมือนลูกแท้ๆ ไม่เคยลำเอียง เพราะเธอรักลูกทั้ง 3 คน เท่าๆ กัน


พระจันทร์ลายพยัคฆ์ บทประพันธ์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ
พระจันทร์ลายพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ , กฤษฎา เตชะนิโลบล
พระจันทร์ลายพยัคฆ์ กำกับการแสดงโดย : กฤษฎา เตชะนิโลบล
พระจันทร์ลายพยัคฆ์ สร้างสรรค์โดย : โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
พระจันทร์ลายพยัคฆ์ ออกอากาศ : ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7
พระจันทร์ลายพยัคฆ์ เริ่มตอนแรก : วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553


รายชื่อนักแสดง

1. อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท จันทร์ฉาย
2. ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบท ปานเดือน
3. เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณาเรศ รับบท ผู้กองอานนท์
4. อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท วายุ
5. เก่ง-ชาติชาย งามสรรพ์ รับบท ภูผา
6. เอ็กซ์-ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์ รับบท เมธี
7. เจี๊ยบ-ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ รับบท ท่านวิชาญ
8. ปอย-ปวีณา ตันฑ์ศรีสุโรจน์ รับบท จอมขวัญ
9. กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ รับบท ผู้กองชัชวาล
10.แก้มบุ๋ม-พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์ รับบท ดุจดาว
11.เจเจ-จักรกฤษณ์ กนกพจนานนท์ รับบท ชัย
12.ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว รับบท ทิวา
13.เอมี่-เอมิกา บูเฮอร์ รับบท ไพลิน
14.ไกรลาส เกรียงไกร รับบท สารวัตรขจร
15.ค่อม ชวนชื่น รับบท จ่าพงศ์
16.บอล เชิญยิ้ม รับบท สมชาย
17.เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ต้าเหว่ย
18.ชูษี เชิญยิ้ม รับบท ปกรณ์
19.ตูมตาม เชิญยิ้ม รับบท คำรณ
20.ไก่-วิฑูรย์ ลิ่วลักษณ์ รับบท เกษม
21.ตุ้ม-รสริน จันทรา รับบท นวล


ขอขอบคุณข้อมูลแลภาพประกอบจาก http://www.polyplus.co.th/drama/prachan/news.html

ละคร รักซ่อนรส



เรื่องย่อละคร : รักซ่อนรส


คนทั่วไปมักคิดว่า ความจนคือปมด้อยที่น่ารังเกียจแต่สำหรับฟ้าใสทายาทเศรษฐีต้องกลายสภาพเป็น ยาจกในชั่วข้ามคืน กลับพลิกวิกฤติเป็นโอกาส

ณ ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง แกงป่าถูกวางตรงหน้าฟ้าใส (สาวิกา ไชยเดช) เธอตักแกงขึ้นดมและรู้ได้ทันทีว่าพ่อครัวลืมใส่กระชาย ฟ้าใสหวังดีเพียงแค่อยากเตือนพนักงานเสิร์ฟให้บอกพ่อครัว แต่สุชิน (ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม) พ่อครัวเผอิญออกมาได้ยิน และโกรธจัดที่ถูกเด็กสอน โวยวายตะเพิดใส่ฟ้าใส บังเอิญเจ้าของร้านมาตรวจเยี่ยมร้านพอดีรู้ว่าพ่อครัวสะเพร่าจึงไล่พ่อครัว ออกจากงาน ฟ้าใสรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นสาเหตุแต่ไม่มีเวลาไล่ตามไปขอโทษสุชินเพราะต้อง รีบไปเข้าเรียนทำอาหารวันแรก ทำให้สุชินผูกใจเจ็บกับเหตุการณ์ครั้งนี้

ฟ้าใสมีความใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟอาหารไทย ด้วยพรสวรรค์ที่ติดตัวมาประกอบกับคลุกคลีอยู่กับธุรกิจการส่งออกวัตถุดิบและ เครื่องเทศอาหารไทยของอาทิตย์ซึ่งเป็นบิดา ทำให้ฟ้าใสรอบรู้ด้านเครื่องเทศ แต่อรุณ (เดือนเต็ม สาลิตุล) ผู้เป็นย่าต่อต้านความฝันของฟ้าใสชนิดสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะย่าอรุณเจ็บช้ำกับอดีตสมัยที่เคยเป็นต้นห้องทำครัวอยู่ในวัง แต่โดนใส่ร้ายว่าใส่สมุนไพรบางตัวที่เป็นอันตรายทำให้เจ้านายในวังล้มป่วย ย่าอรุณถูกไล่ออกจากวังจึงเสียใจอย่างหนักเลิกทำอาหารตั้งแต่บัดนั้น แต่ฟ้าใสก็ยังดื้อรั้นแอบมาสมัครเรียนจนได้ ความหวังของฟ้าใสล้มเหลวเพราะย่าอรุณตามมาลากหลานสาวกลับบ้าน

ขณะกำลังโดนย่าลงโทษ ทั้งคู่ก็ได้รับข่าวร้ายว่า บริษัทส่งออกของอาทิตย์ถูกบริษัทหลักทรัพย์ของอมรา (ประ ถมาภรณ์ รัตนภักดี) ใช้ เล่ห์กลเข้าฮุบกิจการ จนอาทิตย์บิดาของฟ้าใสรับสภาพล้มละลายไม่ได้ตัดสินใจแขวนคอตาย การตายของอาทิตย์เปลี่ยนแปลงชีวิตฟ้าใสจากคนมีอันจะกินกลายเป็นยาจกไปในพริบ ตา แถมย่าอรุณยังล้มป่วยเพราะสูญเสียลูกชายสุดที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ ฟ้าใสต้องพาย่าไปเช่าบ้านถูกๆ อยู่ และรับภาระเป็นหัวหน้าครอบครัวเลี้ยงดูย่า กับน้องอีกสองคน คือฝน ทิพย์ (วรรษมน แซ่ตั้ง) และด.ช.เมฆ (รจนกร อยู่หน้า) ทั้งๆที่ตัวเองมีอายุเพียงแค่ 17 ปี เท่านั้น เธอจึงต้องไปรับจ้างปอกมะพร้าวกะทิในตลาด ฟ้าใสกัดฟันสู้อย่างไม่ยอมแพ้

นายอำนาจ (สมภพ เบญจาธิกุล) มหาเศรษฐี เจ้าของธุรกิจไฟแนนซ์ ประกาศวางมือทางธุรกิจ แล้วยกกิจการให้อยู่ในความดูแลของอมรากับอุไร หลานสาว ซึ่งอยู่ในวัยสาวใหญ่ ยังไม่ได้แต่งงานเพราะอำนาจกีดกัน เนื่องจากคิดว่าผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตของหลานสาว มีแต่หวังปลอกลอกเอาสมบัติมากกว่าจะรักด้วยความจริงใจ สาเหตุอีกประการหนึ่งก็คืออารีย์ (ปภัสรา เตชะไพบูลย์) หลานสาวอีกคนหนึ่งของอำนาจ เคยถูกผู้ชายทิ้งกระทั่งอารีย์ต้องเลี้ยงลูกแต่เพียงลำพัง ลูกสาวของอารีย์ชื่อชฎาฉัตร (ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) เรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ขณะที่อยู่ต่างประเทศชฎาฉัตรเคยผูกพันกับ พรวุฒิหรือคุณตั้ม (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ทายาท นักธุรกิจร้อยล้าน แต่คุณตั้มสำเร็จการศึกษาก่อน และต้องรีบกลับมาช่วยกอบกู้บริษัทเลิศรส ซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารแบบเฟรนไชน์ ของครอบครัว ที่กำลังประสบกับภาวะวิกฤตเพราะคนไทยหันไปนิยมกินอาหารต่างชาติ โดยมีพร ฤดี (มาริสา อานิต้า) พี่ สาวคอยช่วยอีกแรง พนักงานของร้านอาหารเลิศรสหลายสาขาพากันลาออกไปสมัครงานกับร้านอาหารทั้ง ญี่ปุ่นและอิตาเลี่ยน ทำให้คุณตั้มต้องรีบประกาศรับคนด่วน

เหมือนพรหมลิขิตชักพาให้คุณตั้มกับฟ้าใสต้องโคจรมาพบกัน เมื่อเกิดปัญหามะพร้าวขาดตลาด พ่อค้าที่คอยจัดส่งกะทิให้กับร้านอาหารเลิศรสต้องไปตระเวนซื้อกะทิจากตลาด ทั่วไป ร้านขายกะทิที่ฟ้าใสรับจ้างทำงานอยู่จึงให้ฟ้าใสนำกะทิไปส่งที่ร้านอาหาร เลิศรสสาขาหนึ่ง ทำให้ฟ้าใสรู้ข่าวการรับสมัครงานของบริษัทเลิศรส จึงรีบสมัครเป็นพนักงานในตำแหน่งผู้ช่วยเชฟ ซึ่งจะต้องเข้าไปฝึกงานในบริษัทแม่ แต่โชคร้ายเมื่อเธอได้เข้าไปทำงาน กลับต้องไปเจอกับสุชินที่เคยถูกไล่ออกจากงานเพราะฟ้าใส สุชินมีหน้าที่ดูแลเด็กฝึกงาน เขาจำฟ้าใสได้อย่างแม่นยำ จึงคอยกลั่นแกล้งฟ้าใสให้ทำงานปัดกวาดเช็ดถู ล้างห้องน้ำ ไม่ให้ฟ้าใสได้มีโอกาสฝึกทำอาหารเลย

ด้านชฎาฉัตรทนอยู่ที่ต่างประเทศคนเดียวไม่ได้ จึงเดินทางกลับมาเงียบๆ โดยไม่มีปริญญาติดตัวมาเลย อำนาจโกรธมาก กดดันชฎาฉัตรไปช่วยงานที่บริษัท เพราะวิตกว่าชฎาฉัตรจะพลาดพลั้งอย่างมารดาและอาจเสียคน ชฎาฉัตรแม้จะยอมไปทำงาน แต่ก็ไปวางท่าหยิ่งผยองถือตัวว่าเป็นผู้ดีมีระดับเหนือพนักงาน คุณตั้มต้องการปรับปรุงด้านรสชาติอาหารโดยการคัดเลือกเครื่องเทศที่มีคุณภาพ มากขึ้น ทำให้เขานึกถึงอาทิตย์เพื่อนสนิทของบิดาที่เคยมีบุญคุณช่วยเหลือบิดาของคุณ ตั้มในสมัยเริ่มทำธุรกิจร้านอาหาร คุณตั้มอยากติดต่อซื้อเครื่องเทศจากอาทิตย์ แต่พรฤดีบอกว่าอาทิตย์เสียชีวิตไปแล้ว คุณตั้มเป็นห่วงครอบครัวของอาทิตย์ จึงแวะไปที่บ้านเดิมของฟ้าใส ปรากฏว่าบ้านหลังนั้นตกเป็นของครอบครัวอมราเสียแล้ว คุณตั้มออกตามหาครอบครัวฟ้าใสโดยไม่รู้เลยว่าเด็กสาวที่ทำขยะหกใส่หัวเขาใน บริษัทโดยไม่ตั้งใจ ที่แท้ก็คือฟ้าใสคนที่เขาตามหานั่นเอง

พนักงานฝึกงานหลายคนถูกส่งตัวไปทำงานที่ร้านอาหารตามสาขาต่างๆ เหลือเพียงฟ้าใสที่สุชินไม่ให้ผ่านงาน ฟ้าใสถูกให้ออก ก่อนไปฟ้าใสแอบทำข้าวผัดสูตรชาววังที่ย่าเคยทำให้กินตอนเด็กที่ตัวเองแอบจำ สูตรมา จัดใส่กล่องสวยงามให้แม่บ้านเป็นการตอบแทนน้ำใจที่คอยช่วยเหลือฟ้าใสมาตลอด ที่ฝึกงาน ข้าวผัดกล่องนั้นได้ถูกแม่บ้านนำไปเสิร์ฟให้คุณตั้มกิน คุณตั้มรู้สึกคุ้นรสชาติข้าวผัดที่ย่าอรุณเคยทำให้กิน รีบให้คนตามหาคนทำ จนได้พบกับฟ้าใสในที่สุด คุณตั้มให้การช่วยเหลือครอบครัวของฟ้าใสด้วยการให้มาอยู่ตึกแถวริมถนนที่ตน ซื้อทิ้งไว้ ย่าอรุณห่วงหลานทั้งสามเลยออกไปรับจ้างทำงานหนักจนป่วยหนัก ฟ้าใสจึงออกอุบายบอกย่าอรุณว่าเธอจะแต่งงานกับเศรษฐี จะได้ไม่ลำบากเพื่อให้ย่าสบายใจ แต่อรุณไม่เชื่อให้ฟ้าใสพาคนรักมาพบ ฟ้าใสตัดสินใจบากหน้าไปหาคุณตั้ม เพื่อขอร้องให้มาช่วยเล่นละครรับปากกับย่าที่กำลังเจ็บหนักใกล้ตาย เพื่อให้ย่าตายอย่างสงบ

ฟ้าใสเข้าไปพบคุณตั้มในคฤหาสน์ ขณะที่เขากำลังจัดงานปาร์ตี้ มีเพื่อนฝูงทั้งหญิงชายล้วนแต่เป็นผู้ลากมากดีมีฐานะ รวมทั้งคุณชฎาฉัตร ฟ้าใสโดนหัวเราะเยาะ ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำไม่มีความละอาย ถึงขนาดมาขอให้ผู้ชายที่ไม่เคยรักกันมาก่อนให้มาแต่งงานด้วย ฟ้าใสอธิบายว่าเธอทำเพียงเพื่อจะให้ย่าที่เจ็บป่วยสบายใจ ชั่วคราวเท่านั้น และเธอก็คิดว่าไม่ช้าย่าก็จะตาย และทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลง แต่ชฎาฉัตรไม่ยอม ซ้ำยังประณามและดูถูกฟ้าใส รวมทั้งเพื่อนคนอื่นๆ เช่นเทียนสี (แพร มายาไอดอล) หรือ อำพล (กฤตนาถ พัฒนถาบุตร) กลับนึกสนุกล้อเลียนฟ้าใสเป็นที่สนุกสนาน ฟ้าใสรู้สึกละอายและผิดหวัง จึงกลับไปหาย่า ตั้งใจจะบอกความจริง แต่คุณตั้มกลับบอกฟ้าใสว่าเขาจะไปพบย่าของฟ้าใส และไปบอกย่าตามที่ฟ้าใสขอร้อง เพราะเขาเห็นใจฟ้าใสและสงสารย่า อยากให้กำลังใจคนแก่ที่ใกล้ตาย ทำให้ชฎาฉัตรโกรธมาก เธอคิดว่าฟ้าใสวางแผนกับย่าเพื่อหลอกลวงคุณตั้มให้แต่งงานด้วย จึงขอตามไปดูว่าสิ่งที่ฟ้าใสพูดมาเป็นความจริงหรือไม่ แต่คุณตั้มไม่อนุญาต และขู่ชฎาฉัตรกับเพื่อนๆ ว่าหากทุกคนไปวุ่นวายขัดขวางเรื่องนี้ เขาจะเลิกคบทันที

ย่ามีความสุขขึ้นเมื่อเห็นกับตาว่าคุณตั้ม ชายหนุ่มที่ย่าเคยเห็นว่าเป็นลูกชายคนเดียวของเศรษฐีใกล้บ้านของย่ามารัก หลานสาวจริงๆ จากนั้นย่าอรุณก็แข็งแรงขึ้นอย่างกับปาฏิหาริย์และคุณตั้มกับฟ้าใสก็เลยต้อง เล่นละครเป็นคนรักกันต่อมาอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ชฎาฉัตรยิ่งเชื่อว่า ทั้งหมดเป็นแผนของฟ้าใส และพยายามโน้มน้าวให้คุณตั้มเชื่อว่าฟ้าใสเป็น 18 มงกุฎ แต่คุณตั้มไม่สนใจ แถมยังรับปากที่จะส่งเสียฝนทิพย์และดช.เมฆให้เรียนจนจบอีกด้วย แต่ได้รับการปฏิเสธจากฟ้าใส เพราะเธอไม่ต้องการสูญเสียศักดิ์ศรีที่เป็นสิ่งเดียวที่เธอมีอยู่ในตอนนี้ คุณตั้มจึงให้ฟ้าใสไปเป็นผู้ช่วยเชฟในร้านอาหารเลิศรสในห้างใหญ่ พรฤดีขัดขวางเพราะกลัวว่าน้องชายจะไปหลงรักฟ้าใสซึ่งต่างฐานะกัน การได้ชฎาฉัตรมาเป็นน้องสะใภ้น่าจะเกิดประโยชน์ต่อธุรกิจมากกว่า แต่พรฤดีก็ไม่อยากหักหาญน้องชายเสียทีเดียว จึงเสนอให้ฟ้าใสเป็นแค่เด็กเสิร์ฟแล้วค่อยไต่เต้าไปเป็นผู้ช่วยเชฟ ชฎาฉัตรรู้ข่าวโกรธมากตามไปราวีฟ้าใสแต่ก็ทำอะไรฟ้าใสไม่ได้ จึงพาลไปอาละวาดกับคนในบ้านตัวเองแทน เริ่มต้นจากการทวงสิทธิ์ของอารีย์ในกองมรดก จนอมรากับอุไรต้องแบ่งบริษัทที่ยึดมาจากพ่อของฟ้าใสให้ชฎาฉัตรดูแล แต่ชฎาฉัตรเอาแต่ตามหึงหวงฟ้าใส จนกิจการขาดทุน เมื่อถูกอำนาจตำหนิ ชฎาฉัตรก็หันไปหาเรื่องกับสาริกา ลูกของสำรวยคนใช้ในบ้าน ทำให้สาริกาไม่พอใจ คิดเอาชนะชฎาฉัตรด้วยการตั้งใจเรียนหนังสือและทำงานปรนนิบัติอำนาจ เพื่อให้อำนาจเอ็นดูและให้เห็นว่าเธอนั้นมีความรู้เหนือกว่าชฎาฉัตร จนอำนาจเอ็นดูถึงกับจะยกสมบัติส่วนหนึ่งให้สาริกา

ที่เลิศรสพนักงานเสิร์ฟไม่ค่อยใส่ใจงานด้านบริการทำให้ยอดขายตก แต่ฟ้าใสช่วยกู้สถานการณ์ตั้งใจเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าพร้อมแนะนำคุณประโยชน์ ของอาหารไทยแต่ละประเภทให้ลูกค้าฟัง จนลูกค้าพากันชื่นชอบเรียกหาแต่ฟ้าใส ฟ้าใสจึงโดนเพื่อนพนักงานหมั่นไส้ลากไปรุมตบตี อธิป (ธีร์ วณิชนันทธาดา) เพื่อน สมัยเรียนที่หลงรักฟ้าใสอยู่ ตามมาช่วยได้ทันเวลาพาฟ้าใสส่งโรงพยาบาล คุณตั้มรู้เรื่องโกรธมากจะไล่พนักงานพวกนั้นออกและจับส่งตำรวจ แต่ฟ้าใสกลับบอกว่าตัวเองถูกอันธพาลทำร้ายไม่เกี่ยวกับเพื่อนพนักงานเลย ทำให้เพื่อนพนักงานสำนึกผิดหันมาทำดีกับฟ้าใส ชฎาฉัตรยังคอยตามราวีกลั่นแกล้งฟ้าใสไม่เลิกรา ด้านพรฤดีเริ่มรู้สึกเห็นใจและมองเห็นความดีงามในตัวของฟ้าใส เด็กสาวที่เธอมองว่าฐานะต่ำชั้น แต่กลับมีนิสัยดีกว่าชฎาฉัตรที่ถือตัวเป็นผู้ดีหลายเท่านัก

พยัคฆ์ (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) หุ้นส่วนบริษัทคุณตั้ม เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ แสดงท่าทีว่าชอบพรฤดี แต่เธอทำเป็นไม่สนใจ ขณะที่คุณตั้มต้องการให้พี่สาวมีครอบครัว จึงเปิดทางให้พยัคฆ์ได้เข้ามาใกล้ชิดกับพรฤดีตลอดเวลา พรฤดีเริ่มใจอ่อน แต่ก็ยังไว้ฟอร์มไม่ยอมรับปากแต่งงานกับพยัคฆ์ ธุรกิจร้านอาหารของคุณตั้มประสบปัญหาใหญ่อีกครั้ง เพราะสุชินขโมยสูตรอาหารไทยเมนูใหม่ ซึ่งเป็นสูตรผสมระหว่างอาหารไทยกับอาหารฝรั่งไปขายให้กับบริษัทเฟรนไชน์เปิด ใหม่ ซึ่งคุณตั้มไม่รู้เจ้าของบริษัทที่ชิงสูตรไปนั้นก็คือพยัคฆ์นั่นเอง ลูกค้าของเลิศรสโดนแย่งไปหมดสถานการณ์จวนเจียนเจ๊ง แต่ฟ้าใสอ้อนวอนให้ย่าอรุณช่วยสอนสูตรการทำอาหารตำรับชาววังขนานแท้ให้เพื่อ ช่วยเหลือคุณตั้ม ย่าอรุณทนเห็นความทุกข์ใจของหลานไม่ไหว จึงยอมสอนฟ้าใส คุณตั้มกับฟ้าใสช่วยกันพลิกฟื้นฐานะของบริษัทจนเพิ่มยอดขายถล่มทลาย ฟ้าใสกลายเป็นที่ยอมรับของเชฟทุกคนได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็นเชฟที่มีอายุน้อย ที่สุดของบริษัท แถมยังได้รับรางวัลเชฟหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากสถาบันอาหารไทยสู่ครัวโลก

ชฎาฉัตรริษยาฟ้าใสหนักขึ้น ด้วยความกลุ้มใจจึงไปหาเทียนสีกับอำพล ซึ่งเป็นคู่รักกัน ชฎาฉัตรลักลอบได้เสียกับอำพล ขณะเดียวกันก็ยังเฟลิตกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ชฎาฉัตร ออกเที่ยวกลางคืนทุกวัน จนพบกับพยัคฆ์ที่ไปนั่งกินเหล้ากับลูกค้าในบาร์แห่งหนึ่ง ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว พยัคฆ์ช่วยชฎาฉัตรแก้ปัญหาเรื่องบริษัท ที่สุดชฎาฉัตรก็ได้เสียกับพยัคฆ์ และตั้งท้องขณะเดียวกันพรฤดีก็ตัดสินใจรับปากแต่งงานกับพยัคฆ์ พยัคฆ์จึงขอให้ชฎาฉัตรไปทำแท้งเสีย ประจวบกับอำนาจประกาศยอมรับสาริกาเป็นบุตรบุญธรรม ชฎาฉัตรเสียหน้าอย่างที่สุด เธอคิดกลับมาหาคุณตั้ม และเริ่มดำเนินแผนการที่จะทำให้คุณตั้มแตกกับฟ้าใส โดยใช้อธิปเป็นเครื่องมือ แผนของชฎาฉัตรสำเร็จ คุณตั้มหึงฟ้าใสกับอธิปจนทะเลาะกันรุนแรง และมีท่าทีว่าจะกลับมาสนิทกับชฎาฉัตรเป็นการประชด ชฎาฉัตรเห็นว่าได้ที่พึ่ง จึงปฏิเสธเงินของพยัคฆ์ โชคร้ายที่การพบกันครั้งสุดท้ายของพยัคฆ์และชฎาฉัตรรู้ถึงหูพรฤดี พรฤดีเสียใจมากยื่นคำขาดล้มเลิกการแต่งงาน

พยัคฆ์โกรธมาก เพราะการที่เขาแต่งงานกับพรฤดีครั้งนี้ เพราะต้องการจะเข้าฮุบกิจการของพรฤดี พยัคฆ์จึงโทรแบล็คเมล์อำนาจให้ขายหุ้นให้ตัวเองในราคาถูก ไม่งั้นจะแฉเรื่องที่ชฎาฉัตรท้องกับตน อำนาจเสียใจมากจนหัวใจวายตาย สาริกาบุกไปตามชฎาฉัตรขณะกำลังจะมอมยาคุณตั้ม และประณามว่าชฎาฉัตรเป็นคนทำให้ทวดตาย คุณตั้มตกใจมากที่รู้ความจริงว่าพยัคฆ์เป็นคนเลว และคิดร้ายกับครอบครัวตนเองมาตั้งแต่ต้น ส่วนชฎาฉัตรก็ตามไปเอาเรื่องพยัคฆ์ แต่ถูกพยัคฆ์ทำร้ายจนตกบันไดแท้งลูก พยัคฆ์นึกว่าชฎาฉัตรเสียชีวิต จึงให้คนเอาร่างของชฎาฉัตรไปทิ้งที่ชานเมือง

ฟ้าใสโดนย่าบังคับให้ลาออกจากร้านอาหารเลิศรสเพราะรู้ความจริงว่าฟ้าใสกับ คุณตั้มร่วมกันโกหกเรื่องเป็นแฟนกัน ย่าอรุณโกรธคุณตั้มมาก พาหลานๆ ย้ายไปอยู่ชานเมือง เปิดร้านขายข้าวแกงเล็กๆ พออยู่พอกิน ฟ้าใสได้พบชฎาฉัตรโดยบังเอิญจึงช่วยชฎาฉัตรไว้ ที่บ้านของฟ้าใสนี่เองที่ทำให้ชฎาฉัตรรู้ตัวว่าคนจนที่ตัวเองรังเกียจ กลับมีจิตใจอันงดงาม ไม่เหมือนกับตัวเองที่หลงคิดว่าสูงส่งมาตลอดแต่กลับทำเรื่องน่าละอายสารพัด ชฎาฉัตรขอโทษฟ้าใสและรับปากว่าจะคืนบริษัทที่อมรายึดมาคืนให้แก่ฟ้าใส ส่วนฟ้าใสนั้นสงสารและเห็นใจชฎาฉัตรมาก เมื่อคุณตั้มตามมาปรับความเข้าใจ จึงแกล้งโกหกคุณตั้มว่าตนแต่งงานกับอธิปแล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงอธิปย้ายมาอยู่บ้านฟ้าใสเพราะแต่งงานกับฝนทิพย์ ฟ้าใสต้องการให้คุณตั้มลงเอยกับชฎาฉัตร แต่ชฎาฉัตรสำนึกตัวแล้ว จึงไม่คิดจะกลับไปหาคุณตั้มอีก คิดแต่ว่าจะกลับมาแก้แค้นพยัคฆ์แทน

ชฎาฉัตรนัดพยัคฆ์เจรจาโอนหุ้นของอำนาจคืนให้ตน ไม่งั้นจะแฉเรื่องที่พยัคฆ์พยายามฆ่าตนกับตำรวจ พยัคฆ์แกล้งตกลงพาชฎาฉัตรไปเอาเอกสารและจะฆ่าปิดปาก แต่คุณตั้มพาตำรวจตามมาช่วยไว้ได้ทัน เพราะฟ้าใสแอบรู้ว่าชฎาฉัตรนัดกับพยัคฆ์ จึงบอกให้คุณตั้มรู้ พยัคฆ์ถูกจับ คุณตั้มซื้อหุ้นของอำนาจคืนให้ชฎาฉัตร และรีบกลับไปหาฟ้าใส แต่ปรากฏว่าฟ้าใสพาครอบครัวย้ายหนีไปแล้ว คุณตั้มออกตามฟ้าใสจนพบและขอฟ้าใสแต่งงาน เพราะเขาตระหนักแล้วว่าฟ้าใสคือผู้ดีที่ถูกตีตราด้วยความดีงาม

คุณตั้มขอหมั้นฟ้าใสด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฟ้าใส นั่นคือบ้านเก่าที่ถูกอมรายึดไป ซึ่งฟ้าใสไม่รู้เลยว่าคุณตั้มซื้อเก็บไว้นานแล้ว ฟ้าใสและทุกคนมีความสุขมากที่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง


รายชื่อนักแสดง ละครรักซ่อนรส

พรวุฒิ หรือ คุณตั้ม แสดงโดย ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ (สเตฟาน)
ฟ้าใส แสดงโดย สาวิกา ไชยเดช
ฝนทิพย์ แสดงโดย วรรษมน แซ่ตั้ง
อธิป แสดงโดย ธีร์ วณิชนันทธาดา
ชฎาฉัตร แสดงโดย ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล (กระติ๊บ)
พรฤดี แสดงโดย มาริสา อานิต้า
อารีย์ แสดงโดย ปภัสรา เตชะไพบูลย์
อมรา แสดงโดย ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
พยัคฆ์ แสดงโดย นพพล พิทักษ์โล่พานิช (กลม)
สุชิน แสดงโดย ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม
อรุณ แสดงโดย เดือนเต็ม สาลิตุล
อำนาจ แสดงโดย สมภพ เบญจาธิกุล
สาลิกา แสดงโดย วลินทิพย์ สุวรรณมงคล (นุ้ย BB)
ศักดิ์ชาย แสดงโดย เกริก ชิลเลอร์
จันทร์ แสดงโดย ชมพูนุช ปิยธรรมชัย
ส้ม แสดงโดย นิธิตรา เชาว์พยัคฆ์
โก้ แสดงโดย เทวินทร์ คุณารัตนวัฒน์
สมร แสดงโดย นวลปรางค์ ตรีชิต
เทียนสี แสดงโดย แพร มายาไอดอล
อำพล แสดงโดย กฤตนาถ พัฒนถาบุตร
เมฆ แสดงโดย รจนกร อยู่หน้า

คาแรคเตอร์นักแสดง

พรวุฒิ(คุณตั้ม) แสดงโดย ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ (สเตฟาน)
ชายหนุ่มอายุ20 ทายาทผู้รับสืบทอดธุรกิจเฟรนไชน์อาหารไทย มีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล มีความฝันอยากเป็นนักแข่งรถ แต่ก็ต้องกลับจากเมืองนอกมาบริหารธุรกิจแทนพ่อ แรกๆจึงทำงานอย่างฝืนใจ แต่เพราะฟ้าใสทำให้เขาคิดได้ว่าคนเราต้องทำเพื่อคนอื่นก่อนจึงค่อยทำเพื่อ ตัวเอง จึงหันมาตั้งใจพาบริษัทผ่าวิกฤติไปได้จนสำเร็จ เป็นหนุ่มหล่อมีน้ำใจ ทำธุรกิจอย่างมีคุณธรรม บุคลิกภายนอกดูเป็นเด็กหนุ่มสมัยใหม่ ร่าเริงพูดเก่งอารมณ์ดี ยิ้มเก่ง โรแมนติก ชอบเอาใจคน ดูเหมือนอ่อนหัดทางธุรกิจแต่ความจริงเป็นคนฉลาดอ่านเกมธุรกิจเก่ง แรกๆไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารอาวุโสเพราะดูถูกว่าอายุยังน้อย แต่ก็สามารถทำให้ตัวเองได้รับการยอมรับได้ในที่สุด

ฟ้าใส แสดงโดย สาวิกา ไชยเดช
เด็กสาววัย17 นิสัยจริงจัง มุ่งมั่น ความที่เคยเป็นคนมีฐานะมาก่อนแถมคุณย่าเคยอยู่ในวัง จึงอบรมสั่งสอนความเป็นผู้ดีมาอย่างเคร่งครัด จึงรักศักดิ์ศรีไม่ยอมให้ใครช่วยเหลือ ไม่ยอมให้ใครดูถูก มีนิสัยชอบช่วยเหลือคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อน จิตใจเข้มแข็งไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แม้ยามที่ครอบครัวหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ประคับประคองครอบครัวจนประสบความ สำเร็จได้ มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟอาหารไทย สร้างชื่อเสียงให้อาหารไทยดังไปทั่วโลก ฟ้าใสรักน้องมากถึงกับยอมเสียสละไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพื่อให้น้องสาวได้ เรียนหนังสือต่อ

ชฎาฉัตร แสดงโดย ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล (กระติ๊บ)
คู่รักของพรวุฒิ เอาแต่ใจตัวเองสุดๆ ไม่ชอบให้ใครได้ดีกว่าตัว แต่งตัวเก่ง ใช้ชีวิตไปวันๆอย่างไร้สาระ ถือดีว่าร่ำรวยครอบครัวมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในวงสังคม จึงดูถูกคนที่ต่ำชั้นกว่า คิดว่าตัวเองเป็นคนมีอะไรเหนือคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ชอบพูดจาเชือดเฉือนให้คนเจ็บใจเจ็บปวดจะรู้สึกสะใจมาก

อธิป แสดงโดย ธีร์ วณิชนันทธาดา
หนุ่มนักศึกษา หน้าตาดี ใช้ชีวิตเรียบง่าย เป็นคนที่เข้าใจและหลงรักฟ้าใสมาก คอยตามช่วยเหลือฟ้าใสตลอดเวลา เมื่อเห็นพรวุฒิให้ความสนใจฟ้าใสเขาก็ไม่ยอมแพ้ เพราะคิดว่าคนรวยอย่างพรวุฒิคงไม่มีความจริงใจกับฟ้าใส จึงคอยตามขัดขวางจะเอาชนะพรวุฒิให้ได้ แต่เมื่อฟ้าใสรักพรวุฒิเขาก็ทำใจได้ และได้เป็นคู่รักกับฝนทิพย์น้องสาวของฟ้าใส ซึ่งแอบหลงรักตนอยู่

ฝนทิพย์ แสดงโดย วรรษมน แซ่ตั้ง
น้องสาวฟ้าใสค่อนข้างหยิ่งๆ ถือตัว เรียนหนังสือเก่ง รักพี่น้องใฝ่ฝันจะเรียนต่อต่างประเทศ รับไม่ได้ที่ต้องตกยากอย่างกระทันหัน แต่ภายหลังก็ปรับตัวได้เพราะเห็นความรักและความเสียสละที่พี่สาวคือฟ้าใส ทุ่มเทให้

พรฤดี แสดงโดย มาริสา อานิต้า
พี่สาวของพรวุฒิ เป็นคนเก่ง ทันคนกล้าพูดโต้ตอบ บุคลิกภายนอกเข้มแข็ง มีทัศนคติว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็ประสบความสำเร็จได้ คอยช่วยส่งเสริมให้พรวุฒิน้องชายประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจตามคำสัญญาที่ ให้ไว้กับบิดา คำนึงถึงความอยู่รอดของบริษัทมาเป็นอันดับหนึ่ง แม้จะไม่ชอบนิสัยชฎาฉัตรแต่ก็ยอมทำดีด้วยเพื่อหวังเป็นทองแผ่นเดียวกับครอบ ครัวชฎาฉัตร

อรุณ แสดงโดย เดือนเต็ม สาลิตุล
ย่าของฟ้าใสและฝนทิพย์ มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ มีฝีมือด้านการทำอาหารไทยตำรับชาววังเพราะเคยอยู่ในวังมาก่อน มีทิฐิแรง ถ้าเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตัวเองทำถูกต้องจะไม่ยอมเปลี่ยนใจ ภายนอกดูดุ แต่ภายในใจดี

พยัคฆ์ แสดงโดย นพพล พิทักษ์โล่พานิช (กลม)
นักธุรกิจเจ้าเล่ห์ มาดดี ดูอบอุ่น น่าเชื่อถือ แต่ที่จริงเป็นเสือร้าย ไร้น้ำใจ

เมฆ แสดงโดย รจนกร อยู่หน้า
น้องชายฟ้าใส อายุประมาณ 8-9 ขวบ เป็นเด็กร่าเริง ช่างพูด แต่ติดจะเป็นคุณหนู เพราะสบายมาตั้งแต่เด็ก ย่าตามใจมา

เทียนสี แสดงโดย แพร มายาไอดอล
เพื่อนของชฎาฉัตร กดดันที่มีแม่เป็นนักสังคมสงเคราะห์แต่ครอบครัวแตกแยก ประพฤติ ตัวเหลวไหล ภายหลังกลับตัวได้ เพราะท้องและไปทำแท้ง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

อำพล แสดงโดย กฤตนาถ พัฒนถาบุตร
แฟนหนุ่มของเทียนสี เพื่อนของพรวุฒิและชฎาฉัตร ชอบสะสมกิ๊ก เห็นผู้หญิงเป็นทาสทางอารมณ์ภายหลังกลับตัวเป็นคนดีได้

สาริกา แสดงโดย วลินทิพย์ สุวรรณมงคล (นุ้ย BB)
คนรับใช้บ้านอำนาจ ทะเยอทะยานมาก ชอบโดนชฎาฉัตรกลั่นแกล้งและเหยียดหยามจึงต้องการเอาชนะชฎาฉัตรให้ได้ ชอบแต่งตัวเลียนแบบชฎาฉัตร

อำนาจ แสดงโดย สมภพ เบญจาธิกุล
เศรษฐีชรา เจ้าของกิจการหลายประเภท ภายหลังวางมือให้หลานๆ บริหารงานฝังใจว่าผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตของหลานๆ มีแต่หวังกอบโกยสมบัติ เป็นคนเจ้าระเบียบ เจ้าอารมณ์ เลี้ยงดูคนภายในบ้านแบบเผด็จการ โดยที่ไม่รู้ว่าทำให้ชีวิตของคนที่อยู่ภายในปกครองต้องล้มเหลวไปหมด

อมรา แสดงโดย ประถมาภรณ์ รัตนภักดี
หลานสาวคนเล็กของอำนาจ เป็นสาวแก่ ที่ไม่ได้แต่งงานเพราะถูกอำนาจกีดกัน เจ้าอารมณ์ งกสมบัติ เป็นผู้บริหารกิจการที่เข้มงวด ติดจะเป็นโรคประสาทนิดๆ มองโลกในแง่ร้าย ชอบใช้วิธีสกปรกในการทำธุรกิจ

อารีย์ แสดงโดย ปภัสรา เตชะไพบูลย์
หลานสาวคนโตของอำนาจ เคยแต่งงาน และถูกผู้ชายทิ้ง ทำให้อำนาจฝังใจเป็นแม่ของชฎาฉัตรเป็นโรคซึมเศร้า ถูกอำนาจ และ พี่สาวน้องสาวกลั่นแกล้งอยู่เสมอๆ ภายหลังทุกข์ใจ เพราะพฤติกรรมของชฎาฉัตร

สุชิน แสดงโดย ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม
ทำอาหารเก่ง แต่ถือดี ไม่ซื่อสัตย์ เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่มีจรรยาบรรณในอาชีพ ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน

บทประพันธ์ ขวัญข้าว
บทโทรทัศน์ ธนินทร อุชุภาพ, กฤติญา สัมฤทธิ์ประสงค์
กำกับการแสดง ธีระศักดิ์ พรหมเงิน

รักซ่อนรส ออกอากาศวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี วันที่ 26 ก.พ. นี้ เป็นตอนแรก ♦

ละคร ตะวันยอแสง



เรื่องย่อละคร : ตะวันยอแสง

ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี


ตะวัน (เขมนิจ จามิกรณ์)อาศัยอยู่ในเรือกระแชงกับนางสาย (รชนีกร พันธุ์มณี) ผู้เป็นแม่ และคร้าว (ทนงศักดิ์ ศุภการ) พ่อเลี้ยงขี้เมา ยังชีพด้วยการรับจ้างบรรทุกรำข้าวหรือสินค้าที่ต้องล่องตามต่างจังหวัด โดยมีเพื่อนบ้านสนิทสนมกันอย่างเด็กชายเอี้ยง (ด.ช.ธนบดี ชูโชติ) อาศัยอยู่ในเรือกระแชงอีกลำกับแม่และมีพ่อเลี้ยงใจร้ายเหมือนตะวันเช่นกัน

ความรักและสนิทสนมเหมือนพี่น้องคลานตามกันมาของตะวันกับเอี้ยงเป็นที่ชินสาย ตาชาวเรือกระแชง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนกังขาและร่ำลือกันหนาหูคือผิวพรรณขาวผุดผาดผิดชาวเรือ ของตะวันทำให้ชาวบ้านหลายคนมักพูดกันว่าตะวันอาจไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของนางสาย สายกลับมาเล่าให้ตะวันฟังว่าต้องบรรทุกรำไปส่งที่เรือนแพคลองบางหลวง ท่าทางทุกข์และกังวลใจของสายทำให้ตะวันผิดสังเกต สายอ้างว่าไม่อยากไปที่คลองบางหลวงเพราะ อินตา (ทองขาว ภัทรโชคชัย) พ่อของตะวันเคยก่อเรื่องไว้ ตะวันอยากรู้รายละเอียดแต่สายไม่ยอมเล่าให้ฟัง

หลอ กับ แรม เด็กวัยรุ่นจอมเกเรที่ชอบหาเรื่องตะวันกับเอี้ยงเป็นประจำล้อตะวันว่า อินตาติดคุกเพราะฆ่าคนตายไม่ได้หายไปอย่างที่ตะวันเข้าใจ ตะวันโกรธไม่ยอมให้ใครดูหมิ่นพ่อแท้ๆ ของตนจึงทำร้ายหลอด้วยไม้พายจนหลอต้องยอมแพ้ ตะวันทนเก็บความสงสัยเรื่องพ่อไม่ได้จึงถามความจริงจากสาย สายยังคงยืนยันว่าอินตาไม่ได้ติดคุกแค่หายไปเฉยๆ แต่พอตะวันหลับไปแล้วสายกลับเศร้าเสียใจคิดถึงเรื่องราวในอดีต ความจริงที่อินตาต้องติดคุกโทษฐานฆ่าคนตายเพราะถูก ผัน ลูกกำนันโกง อินตาขอให้สายปิดบังตะวันไม่ให้รู้เรื่องติดคุกทำให้สายต้องพรากจากอินตาและ ตัดสินใจผิดมาอยู่กับคร้าวสามีขี้เหล้าและนักพนันตัวยง คร้าวมาขอตะวันไปขายให้เพื่อน แต่สายไม่ยอม ทำให้คร้าวโกรธเล่าเรื่องอินตาถูกคนคุกแทงตายให้ฟัง สายตกใจแทบช็อก ตะวันตื่นขึ้นมาได้ยินแต่ไม่สนใจเพราะมั่นใจว่าคำพูดของคร้าวเชื่อถือไม่ได้

เมื่อต้องบรรทุกรำไปส่งที่คลองบางหลวง ตะวันตื่นเต้นอยากรู้เรื่องราวของที่นี่มากแต่สายอิดออดไม่ยอมพูดถึงเหมือน คลองบางหลวงเป็นอดีตที่อยากลืม เรือของตะวันกับเอี้ยงจอดรอส่งรำอยู่ตรงท่าน้ำใกล้ๆ กับเรือนแพและคฤหาสน์หลังหนึ่งซึ่งเป็นที่ห้ามจอดเรือทำให้ตะวันมีเรื่องกับ นเรนทร์ (นนทพันธ์ ใจกันทา) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ท่าน ต้น (ดิลก ทองวัฒนา) เจ้าของคฤหาสน์เดชาบดินทร์จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกันพริ้มเพรา (อภิรดี ภวภูตานนท์) ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของนเรนทร์ไม่พอใจ จะเอาเรื่องตะวัน แต่ ศักดิ์ รพี (วีรภาพ สุภาพไพบูลย์)หรือคุณเล็กเข้ามาห้าม

เพราะรู้ว่านเรนทร์ทำร้ายตะวันก่อน ศักดิ์ระพีนึกชื่นชมในคำพูดฉะฉานของตะวันและแปลกใจที่ตะวันดูไม่เหมือนชาว เรือทั่วไป สายเข้ามาขอโทษศักดิ์ระพีกับพริ้มเพราแล้วรีบพาตะวันลงเรือกลับ พริ้มเพราแอบไปถามซ้อน (เอกพัน บรรลือฤทธิ์)ว่าใช่สายรึเปล่าพลางนึกภาวนาขอให้เป็นคนอื่นเพราะไม่อยากให้ ความลับบางอย่างในอดีตต้องถูกเปิดเผย

คุณใหญ่ (กชกร นิมากรณ์) ภรรยาหลวงของท่านต้นผู้เป็นพี่สาวของศักดิ์รพีตามมาถึงท่าน้ำต้องตกใจเมื่อ ได้เจอตะวันและเผลอทักตะวันว่า ดวงพร (เขมนิจ จามิกรณ์) คุณใหญ่เล่าให้ท่านต้นฟังว่าได้เจอกับตะวันเด็กหญิงผู้มีใบหน้าละม้ายคล้าย ดวงพร ยิ่งเห็นตะวันทำให้คุณใหญ่หวนคิดถึงดวงพรอีกครั้ง ท่านต้นค้านว่าดวงพรตายไป12 ปีแล้วไม่มีทางที่ตะวันจะเหมือนดวงพรได้เลย ท่านต้นและคุณใหญ่นึกย้อนไป12 ปีก่อน วันที่คุณใหญ่รับอุปการะพริ้มเพรากับดวงพรลูกสาวของ สอิ้ง เพื่อนคุณใหญ่ ความน่ารักพูดจาฉะฉานและจิตใจดีของดวงพรทำให้ท่านต้นและคุณใหญ่รักและ เอ็นดู ผิดกับพริ้มเพราพี่สาวผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ขี้อิจฉาริษยาน้องสาว มักสร้างความรำคาญและเบื่อหน่ายให้กับท่านต้นและคุณใหญ่เสมอ ความน่ารักและจิตใจดีของดวงพรสร้างความถูกใจจนท่านต้นถึงกับออกปากขอดวงพร เป็นภรรยาน้อยคนที่สามกับคุณใหญ่ คุณใหญ่เข้าใจและเต็มใจยกดวงพรให้ท่านต้นเพียงขอให้ท่านต้นยกย่องดวงพรและ ดูแลมากกว่าภรรยาน้อยคนอื่น เมื่อดวงพรกลายเป็นภรรยาของท่านต้น คุณใหญ่จึงยกเรือนแพริมน้ำให้ดวงพรในฐานะคุณน้อยของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ พริ้มเพราอิจฉาดวงพรหาทางทอดสะพานให้ท่านต้นบ้าง แต่ท่านต้นไม่สนใจเพราะไม่เคยนึกชอบพริ้มเพราเลยสักครั้ง

เมื่อดวงพรเริ่มตั้งท้องพริ้มเพราเฝ้าภาวนาให้ดวงพรได้ลูกชายเพราะหวังจะได้ เป็นป้าของทายาทเพียงคนเดียวในคฤหาสน์เดชาบดินทร์ เนื่องจากท่านต้นมีแต่ลูกสาวไม่เคยมีลูกชายไว้สืบสกุลเลยสักคน คืนที่ดวงพรเจ็บท้องคลอดท่านต้นออกไปธุระต่างจังหวัด คุณใหญ่ไปค้างบ้านสวนมีเพียงพริ้มเพราคอยจัดแจงเรียกคนไปตาม ละม่อม(ดารณี นุช โพธิปิติ) หมอตำแยมาทำคลอดให้ดวงพร ขณะเดียวกันนั้น อินตาก็พาเรือกระแชงมาจอดท่าเรือนแพ เพื่อขอร้องพริ้มเพราให้ละม่อมช่วยทำคลอดให้สายเมียของเขาเช่นกัน ดวงพรคลอดลูกยาก ละม่อมจึงต้องไปทำคลอดให้สายก่อน สายคลอดลูกชายผิวดำคล้ำเหมือนเธอกับอินตา ระหว่างที่ละม่อมกำลังจะอาบน้ำให้เด็กชายพริ้มเพราผลุนผลันเข้ามาตามละม่อม ให้ไปทำคลอดดวงพรทำให้เด็กชายพลัดหล่นหัวฟาดอ่างโชคดีที่อินตารับไว้ได้ทำ ให้เด็กชายมีบาดแผลที่ใบหน้าเล็กน้อย

ดวงพรได้ลูกผู้หญิงสร้างความผิดหวังให้กับพริ้มเพรามากเพราะเท่ากับมรดก ทุกอย่างของท่านต้นกำลังหลุดลอยไป เมื่อพริ้มเพราเห็นว่าดวงพรเพลียและเลือดออกมากหลังจากคลอดมีสิทธิ์ที่จะไม่ รอดจึงรีบเอาเด็กหญิงมาให้ดวงพรดูผ่านๆ แล้วหลอกใช้ซ้อนซึ่งหลงรักเธอมานาน เป็นเครื่องมือช่วยเอาเงินปิดปากละม่อมบอกทุกคนว่าดวงพรคลอดลูกชายขอสลับตัว ลูกสาวของดวงพรกับลูกชายของสาย ทั้งอินตาและสายยินยอมเพราะอยากได้ลูกสาวอยู่แล้ว เมื่อคุณใหญ่ทราบข่าวการคลอดลูกของดวงพรจึงรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง อาการดวงพรทรุดหนักเพราะตกเลือดมาก ขอดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย พริ้มเพราพาเด็กชายมาให้ดู แต่ดวงพรกลับตกใจเมื่อพริ้มเพราพาเด็กชายออกไป ดวงพรคอยย้ำกับคุณใหญ่ว่าลูกของเธอมีปานแดงรูปหัวใจเหนือหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นจึงสิ้นลม คุณใหญ่กับท่านต้นเศร้าเสียใจกับการจากไปของดวงพรจนลืมเรื่องที่ดวงพรสั่ง เสีย เด็กชายถูกมอบให้อยู่ในความดูแลของพริ้มเพรา และเมื่อทุกคนในคฤหาสน์เดชาบดินทร์เข้าใจว่าเด็กชายนเรนทร์คือทายาทที่แท้ จริงของท่านต้น คุณใหญ่จึงตัดสินใจทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับลูกชายของดวงพร

ซ้อนไปตามหาสายที่เรือแต่สายหลบหน้าทำให้ตะวันสงสัย สายอ้างว่าซ้อนอาจมาเอาเรื่องที่ตะวันทำร้ายนเรนทร์ ตะวันเชื่อสนิททำให้สายโล่งอก นเรนทร์มาขอเงินพริ้มเพราออกไปเที่ยวงานวัดประยูรกับกลุ่มเพื่อนจอมเกเร พริ้มเพราไม่ค่อยอยากให้ไปเพราะรู้ว่าท่านต้นฟังเทศน์อยู่ที่นั่นแต่สุดท้าย ก็ยอม ซ้อนออกปากเตือนพริ้มเพราไม่ให้ตามใจนเรนทร์จนเสียคนกลัวจะพาลเสียชื่อมาถึง ท่านต้น พริ้มเพราไม่สนและตกใจเมื่อรู้ว่าซ้อนไปตามหาสาย ซ้อนบอกว่ารู้สึกผิดที่สลับเปลี่ยนตัวเด็กเมื่อสิบสองปีก่อนอยากบอกความจริง กับท่านต้น แต่พริ้มเพราเกลี้ยกล่อมจนซ้อนใจอ่อน พริ้มเพราจึงคิดจัดการซ้อนภายหลัง

สายไข้ขึ้นสูงจนตะวันเป็นห่วง ตะวันกับเอี้ยงไปซื้อยาให้สายแถววัดประยูร ระหว่างเดินผ่านงานวัด ตะวันกับเอี้ยงเจอนเรนทร์กับเพื่อนจอมเกเรหลายคน นเรนทร์จ้างเพื่อนรุมเล่นงานตะวัน แต่ตะวันกับเอี้ยงกระโดดน้ำหนีไปได้ หลังจากสายอาการดีขึ้นจึงขึ้นท่าไปหาหมอที่โรงพยาบาล ตะวันต้องอยู่เฝ้าเรือกับเอี้ยงที่ท่าน้ำวัดกัลยาเจอนเรนทร์พาท่านต้นขับ เรือยนต์เล่นบริเวณนั้น นเรนทร์ประมาทจนเรือพลิกคว่ำ ท่านต้นตกน้ำใกล้จมเพราะไม่มีแรง ตะวันกับเอี้ยงจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาบนเรือ ส่วนนเรนทร์ไม่เป็นอะไรเกาะแพเรือลอยน้ำไปอย่างปลอดภัย

แว่นตาของท่านต้นหายไปทำให้มองเห็นตะวันได้ไม่ชัด แต่ฟังน้ำเสียงช่างเจรจา กล้าพูดของตะวันทำให้ท่านต้นนึกถูกใจเด็กหญิงตะวันอย่างแปลกประหลาดพาลให้ นึกถึงดวงพรอีกครั้ง ท่านต้นอยากเห็นหน้าตะวันชัดๆ จึงขอให้ตะวันไปหาที่คฤหาสน์อีกวัน แต่ตะวันไม่กล้าไปเพราะสายกำชับไม่ให้เข้าไปคลองบางหลวงอีกท่านต้นจึงบอกว่า จะกลับมาหาตะวันด้วยตัวเอง ท่านต้นกลับมาคฤหาสน์สั่งรื้อป้ายห้ามจอดเรือทุกอันออกเพราะซาบซึ้งน้ำใจจาก ชาวเรือของเด็กหญิงตะวันทำให้เขาตาสว่างเลิกแบ่งชั้นกับคนอื่นอีกต่อไป

พริ้มเพราใส่ร้ายซ้อนว่าขโมยสร้อยเพชรของคุณใหญ่ ท่านต้นโกรธมากไล่ซ้อนออกจากบ้าน คร้าวบังคับเอาเงินและทำร้ายตะวัน สายเข้ามาช่วยจึงแทงคร้าวตายคาเรือจากนั้นจึงเอาจดหมายกับเงินก้อนหนึ่งให้ ตะวันหนีไปหาพริ้มกับซ้อนที่เรือนแพในคลองบางหลวง เอี้ยงขอติดตามตะวันไปด้วยเพราะไม่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงใจร้าย ส่วนสายรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ที่เรือ ท่านต้นป่วยหนักตรอมใจที่ตามหาตะวันไม่เจอ ซ้อนเข้ามาขอเยี่ยมท่านต้น พริ้มเพราขัดขวางกลัวซ้อนเอาเรื่องในอดีตมาเปิดเผย คุณใหญ่อนุญาตให้ซ้อนพบท่านต้น พริ้มเพราจึงขัดไม่ได้ ซ้อนบอกความจริงกับท่านต้นต่อหน้าศักดิ์รพีและคุณใหญ่ว่าตะวันคือลูกของดวง พร ท่านต้นดีใจมากแต่อาการก็ทรุดลงเรื่อยๆ ก่อนสิ้นลมท่านต้นทำพินัยกรรมฉบับใหม่ขึ้นมาสั่งเสียให้คุณใหญ่พาตะวันกลับ มาอยู่บ้านให้ได้ซึ่งคนที่รู้เรื่องพินัยกรรมมีเพียงศักดิ์รพีกับคุณใหญ่ เท่านั้น

ระหว่างเดินทางมาคลองหลวง ตะวันกับเอี้ยงถูกล้วงกระเป๋าจนไม่มีเงินติดตัว จดหมายของสายก็หายไป ทั้งสองต้องระหกระเหินเร่ร่อนมาถึงท่าน้ำเรือนแพแต่เห็นผู้คนวุ่นวายกับงาน ศพของท่านต้นจึงไม่กล้าเข้าไป นเรนทร์ขับเรือยนต์เล่นกับเชิดเพื่อนสนิทเห็นตะวันจึงตั้งใจขับเรือชนแต่ เอี้ยงเอาหนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตานเรนทร์ทำให้เรือนเรนทร์ชนเข้ากับเรือโยง ตะวันกับเอี้ยงกลัวความผิดจึงรีบหนีไป คุณใหญ่ต่อว่านเรนทร์เรื่องขับเรือไปชนแต่พอรู้เรื่องจากเชิดว่าคนที่มี เรื่องด้วยคือตะวัน ก็ตกใจมากรีบให้ซ้อนไปตามหาตัวมา โชคชะตาทำให้ตะวันกับเอี้ยงมาขออาศัยอยู่ในตึกของศักดิ์รพี ตะวันแอบได้ยินคุณใหญ่และศักดิ์รพีคุยกันว่าต้องการตัวเด็กตะวันทำให้ตะวัน กลัวความผิดคิดว่าคุณใหญ่จะเอาเรื่องที่ทำร้ายนเรนทร์จึงพาเอี้ยงหนีไป

ตะวันคลาดกันกับศักดิ์รพีและคุณใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนหนีมาอยู่วัดมงกุฎ กษัตริย์ฯ เจอศาลาตั้งศพของท่านต้น เหมือนมีบางอย่างดลใจให้ตะวันเข้าไปเคารพศพท่านต้นและรู้สึกหดหู่ เมื่อท่านต้นจากไปแล้ว คุณใหญ่เจอตะวันอีกครั้งบอกให้ซ้อนพาตัวตะวันมาหา ตะวันกลัวความผิด จึงพาเอี้ยงรีบหนีไป พริ้มเพราถามเรื่องพินัยกรรมจากคุณใหญ่ทำให้รู้ว่าพินัยกรรมถูกเขียนขึ้น ใหม่อีกหนึ่งฉบับและจะถูกเปิดเผยเมื่อนเรนทร์อายุ 21 ปี ละม่อมเดือดร้อนหนักมาขอเงินพริ้มเพราเพิ่ม พริ้มเพรารับปากว่าจะหาให้เพราะกลัวละม่อมเปิดโปงความจริง ตะวันตัดสินใจตัดผมสั้นปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชายเพื่อไม่ให้คนจำได้ ส่วนเอี้ยงยอมโกนหัวจนเกลี้ยงเพื่อปลอมตัวเช่นกัน

โชคชะตาเล่นตลกอีกครั้งเมื่อศักดิ์รพีเกือบขับรถชนตะวัน ตะวันตกใจจนเป็นลม ศักดิ์รพีจำเด็กทั้งสองไม่ได้แต่รู้ว่าตะวันเป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย เขาพาตะวันกับเอี้ยงไปอยู่บ้าน หลังจากฟื้น ตะวันหลอกศักดิ์รพีว่าชื่อ ยอ แสง เป็นพี่น้องกับเอี้ยงหนีออกจากบ้านเพราะถูกพ่อเลี้ยงทารุณ ศักดิ์รพีสงสารจึงรับอุปการะทั้งสองและหวังส่งเสียให้เรียนสูงๆ พร้อม มิตร (ปัณฑิตา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์) ลูกสาวภรรยาน้อยอีกคนของท่านต้นซึ่งแอบหลงรักศักดิ์รพีมานานมาหาชายหนุ่มที่ บ้านจนมีเรื่องกับตะวันและเอี้ยง ศักดิ์รพีเข้ามาห้ามโกหกพร้อมมิตรว่าเด็กทั้งสองเป็นญาติมาจากต่างจังหวัด แต่พร้อมมิตรไม่เชื่อและพูดดูถูกว่าสักวันศักดิ์รพีจะต้องเลี้ยงต้อยยอแสง เหมือนที่ท่านต้นเคยทำกับดวงพร ศักดิ์ระพีพายอแสงกับเอี้ยงซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น นพดล (ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ) ไปเข้าโรงเรียนประจำเดียวกับนเรนทร์ เอี้ยงและยอแสงจึงรู้จักกับ ธาดา (ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส) นักเรียนรุ่นพี่ที่เป็นทั้งนักกีฬาและนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน หลายครั้งที่มีเรื่องกับนเรนทร์ ธาดาจะคอยเข้ามาช่วยและรับผิดแทนทุกครั้งทำให้ยอแสงกับเอี้ยงซาบซึ้งน้ำใจจน สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

ซ้อนพานายแก่นชาวเรือกระแชงมาเล่าประวัติของสายทำให้รู้ว่าสายถูกจับไปติด คุกที่เมืองนนท์ ศักดิ์รพีมีเพื่อนเป็นร้อยตำรวจเอกอยู่ที่นั่นจึงพาคุณใหญ่ไปขอพบสายเพื่อ สืบถามความจริงเกี่ยวกับตะวันทำให้รู้ว่าสายเป็นบ้าถูกส่งตัวไปอยู่โรง พยาบาลโรคจิตเหลือไว้แต่เรือกระแชงผูกทิ้งไว้ท้ายสถานีตำรวจ คุณใหญ่แอบเข้าไปหาหลักฐานในเรือของสายเจอรูปถ่ายของตะวันตอนแรกเกิดมีปาน แดงรูปหัวใจเหนืออกด้านซ้ายเหมือนคำพูดก่อนตายของดวงพร สายแอบหนีจากโรงพยาบาลมาอยู่ในเรือเจอคุณใหญ่คิดว่าเป็นลูกจึงพร่ำพูดบอก ความจริงว่าสลับเอาลูกของท่านต้นมา คุณใหญ่ยิ่งมั่นใจว่าเด็กตะวันคือลูกของท่านต้นจริงๆ

พร้อมมิตรมาขอยืมรถศักดิ์รพีไปเที่ยวกับเพื่อน แกล้งใช้ให้ยอแสงขัดรองเท้าให้ ยอแสงกับเอี้ยงจึงเอาคืนด้วยการใช้แปรงลวดขัดรองเท้าพัง พร้อมมิตรโกรธมากตบหน้าตะวัน ศักดิ์รพีต่อว่าพร้อมมิตรจนงอนกลับไปแล้วสั่งสอนยอแสงให้รู้จักผู้ใหญ่ คุณใหญ่มาหาศักดิ์รพีเรื่องทำบุญครบ65วัน ตามอายุของท่านต้นที่เสียไป เจอยอแสงจำได้ว่าเป็นตะวัน แต่ยอแสงกับเอี้ยงไม่ยอมรับคอยให้ข้อมูลปกปิด คุณใหญ่จึงไม่คาดคั้นเพราะมั่นใจว่าสักวันความจริงต้องเปิดเผย

พร้อมมิตรกับจิตรใส (วรภร เลิศเกียรติไพบูลย์) ลูกอนุภรรยาอีกคนของท่านต้นย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์เพื่อหวังใกล้ชิดกับเงิน มรดก พร้อมมิตรมักใช้นเรนทร์สารพัดสร้างความไม่พอใจให้กับพริ้มเพรา ป้าผู้พิทักษ์หลานจนมีปากเสียงกับพร้อมมิตรบ่อยครั้ง ละม่อมมาหาพริ้มเพราอีกครั้งเพื่อขอเงินไปรักษาลูก พริ้มเพราขโมยเงินของคุณใหญ่มาให้และขู่ละม่อมว่าหากบอกความจริงกับใคร ละม่อมจะต้องติดคุก ละม่อมกลัวพอคุณใหญ่เรียกเข้าไปถามถึงเรื่องลูกของดวงพรละม่อมจึงโกหก คุณใหญ่ไม่เชื่อแต่ออกปากกับละม่อมว่าจะรอฟังความจริงจากละม่อมเอง ซ้อนต่อว่าพริ้มเพราเพราะรู้ว่าพริ้มเพราขโมยเงินคุณใหญ่ พริ้มเพราจึงยั่วยวนจนซ้อนใจอ่อนยอมให้พริ้มเพราสนตะพายตัวเองอีกครั้ง

ตะวันหรือยอแสง เอารูปที่ไปขอแม่ค้ามาถ่ายด้วยให้ศักดิ์รพีดูทำให้ศักดิ์รพีเชื่อว่ายอแสง กับ เอี้ยงเป็นพี่น้องกันและเป็นลูกของคนในรูปจนไม่ติดใจเรื่องยอแสงเหมือนกับ เด็กตะวัน ศักดิ์รพีจะพายอแสงกับเอี้ยง ไปร่วมทำบุญครบ 65 วันที่บ้านคุณใหญ่ ยอแสงไม่อยากไปแต่ธาดาบอกให้ยอแสงกล้าและเผชิญกับความจริง เมื่อไปถึงคฤหาสน์เรือนแพ ยอแสงกับเอี้ยงถูกหลายคนในนั้นดูถูกถากถางตามคาด เมื่อเจอพริ้มเพรากับซ้อนทำให้ยอแสงนึกถึงคำสั่งเสียของสายแต่ก็ไม่กล้าเปิด เผยเพราะไม่ไว้ใจคนทั้งคู่ จิตรใสแกล้งขัดขาตะวันจนจานกระเบื้องแตก ตะวันยอมรับผิดคนเดียวเพราะอยากให้ทุกคนที่เรือนแพเกลียดจะได้ไม่ต้องมาที่ นี่อีก ศักดิ์รพีโกรธและตียอแสงเพราะไม่อยากให้ยอแสงรับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ
ยอแสงเสียใจที่ทำให้ศักดิ์รพีโกรธจึงชวนเอี้ยงหนีออกจากบ้านเร่ร่อนไปถึง อยุธยาอย่างไร้จุดหมาย ศักดิ์รพีตามหายอแสงจนเจอแล้วพาตัวกลับ ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันทำให้ยอแสงรู้ว่าศักดิ์รพีเป็นห่วงตัวเองมากแค่ไหน จึงออกปากเรียกศักดิ์รพีอย่างสนิทสนมว่าอาเล็กเหมือนเช่นหลานคนอื่นๆ เรียกกัน

ศักดิ์รพีออกไปเที่ยวกับพร้อมมิตรใช้ให้ยอแสงกับเอี้ยงอยู่เฝ้าบ้าน อินตากับไอ้โหด แหกคุกหนีมาหลบอยู่บ้านศักดิ์รพีหวังจับตัวยอแสงเป็นตัวประกันและจะฆ่าทิ้ง ภายหลัง ยอแสงเห็นอินตาไม่ถนัดนักเพราะถูกจับในความมืด อินตารู้ว่ายอแสงคือตะวันจึงคัดค้านไม่ให้ไอ้โหดเอาตัวตะวันไป ไอ้โหดไม่ยอมอินตาจำต้องฆ่าไอ้โหดเพื่อปกป้องยอแสงหรือตะวันลูกสาวของเขา ศักดิ์รพีขอบคุณอินตาที่ช่วยยอแสง อินตาหลอกว่าชื่ออินแต่ไม่ยอมบอกความจริงอะไรเพราะอยากให้ยอแสงได้อยู่อย่าง สบาย ศักดิ์รพีสัญญาว่าหากอินตาพ้นโทษกลับมาอีกครั้งเขายินดีช่วยเหลืออินตา ทุกอย่าง

ยอแสงเคยดูแลคุณใหญ่เมื่อครั้งมาหาศักดิ์รพีแล้วเกิดหน้ามืด พอยอแสงไม่สบายคุณใหญ่จึงมาอยู่ดูแลยอแสงบ้างทำให้ยอแสงซาบซึ้งในความกรุณา และความอบอุ่นที่คุณใหญ่มีให้ ศักดิ์รพีจะไปเรียนต่อเมืองนอกจึงฝากฝังยอแสงกับเอี้ยงไว้กับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจรับฝากเพราะอยากได้ยอแสงมาอยู่ด้วย แต่ยอแสงไม่อยากไปเพราะรู้ดีว่ามีใครอีกหลายคนในคฤหาสน์เรือนแพต้องไม่พอใจ ยอแสงน้อยใจศักดิ์รพีว่าจะทิ้งเธอไป ศักดิ์รพีจึงปรับความเข้าใจกับยอแสง คุณใหญ่ก็คอยเกลี้ยกล่อมจนยอแสงใจอ่อนยอมย้ายเข้าไปอยู่กับคุณใหญ่แต่โดยดี นายแก่น มาขอพบคุณใหญ่อีกครั้ง เขาเล่าเรื่องนางสายที่เสียสติพายเรือเรียกหาตะวันจนเรือชนคอนกรีต สายตกน้ำจมหายไปไม่รู้ชะตากรรม วันเดินทางของศักดิ์รพี ยอแสงไม่กล้าเจอหน้าศักดิ์รพีเพราะกลัวจะทำใจไม่ได้ พร้อมมิตรร้องไห้และสารภาพความในใจกับศักดิ์รพีวันนั้นว่าเธอรักเขามานาน แล้ว ศักดิ์รพีได้แต่นิ่งเงียบแบ่งรับแบ่งสู้ก่อนออกเดินทาง

เมื่อเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เรือนแพ ยอแสงกับเอี้ยงถูกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใส กลั่นแกล้งสารพัด โดยมีพริ้มเพราเป็นคนให้ท้ายแต่ทั้งคู่ก็พยายามอดทนเพราะเห็นแก่ความดีของ คุณใหญ่ ยิ่งนานวันคฤหาสน์เรือนแพก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย ทะเลาะเบาะแว้ง โดยมีพริ้มเพราเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด หกปีผ่านไป เด็กทุกคนในเรือนแพเริ่มโตเป็นหนุ่มเป็นสาว พร้อมมิตรได้ทำงานในบริษัทใหญ่โตมีชื่อ จิตรใสและนเรนทร์ยังคงเรียนซ้ำชั้นอยู่ระดับมัธยม เอี้ยงหรือนพดลสอบเข้านายร้อยตำรวจได้ ส่วนตะวันเรียนอักษรศาสตร์หวังจบมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือเหมือนอาจารย์ละออ ที่เคยอบรมสั่งสอนเธอ ศักดิ์รพีส่งชุดนอนสีชมพูกับจดหมายเป็นของขวัญให้ยอแสง ส่วนคุณใหญ่มอบห้องนอนของดวงพรที่คุณใหญ่แสนหวงให้ยอแสงเป็นรางวัลสร้างความ อิจฉาริษยาให้กับคนในคฤหาสน์เป็นอย่างมาก จนพร้อมมิตรแอบเอามีดกรีดชุดนอนของยอแสงทิ้งและขโมยจดหมายของศักดิ์รพีไป ทำลาย

นพดลมาเยี่ยมคุณใหญ่ที่เรือนแพและออกไปพายเรือเล่นกับยอแสง ยอแสงคิดจะบอกความจริงกับคุณใหญ่เรื่องตัวเองคือเด็กตะวันแต่นพดลห้ามไว้ อยากรอให้เขาเรียนจบนายร้อยเสียก่อน ในงานเลี้ยงวันเกิดพร้อมมิตร ยอแสงเอาชุดนอนที่ถูกกรีดมอบให้พร้อมมิตรเป็นของขวัญ พร้อมมิตรโกรธมากแต่ก็เก็บชุดนอนไว้เพื่อหาทางเอาคืนยอแสง นพดลออกไปส่งเพื่อนๆ ของพร้อมมิตรถูกนเรนทร์พาเพื่อนมารุมทำร้าย อินตาเพิ่งพ้นโทษออกมาช่วยเหลือเอี้ยง แล้วจากไปโดยที่เอี้ยงยังไม่ทันได้ถามชื่อ ยอแสงกับเพื่อนรักชื่อ ใจ บุญ (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์)ไปเดินซื้อของด้วยกันเจอกับนพดลและธาดาโดยบังเอิญ ทั้งสี่นั่งพูดคุยกันจนรู้ว่าธาดาใกล้จะเรียนจบแพทย์แล้ว นพดลแอบชอบใจบุญแต่แรกเห็นออกตัวขอไปส่งใจบุญ ธาดาจึงได้โอกาสไปส่งยอแสงกลับบ้าน เขาพูดความรู้สึกในใจเป็นนัยกับยอแสง แต่ยอแสงไม่ได้สนใจ

จิตรใสยุคุณใหญ่ว่ายอแสงไปเที่ยวกับผู้ชาย ตอนแรกคุณใหญ่โกรธยอแสงแต่พอรู้ความจริงจึงทำโทษจิตรใส คุณใหญ่พูดเป็นนัยกับยอแสงขอให้อย่าเพิ่งรักใครเพราะยอแสงอาจเจอใครอีกคนที่ ดีกว่าธาดา ศักดิ์รพีเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ยอแสงติดสอบหวังจะตามไปงานเลี้ยงต้อนรับตอนกลางคืน แต่สุดท้ายยอแสงก็ไม่เข้าไปเพราะไม่อยากทำให้ใครหลายคนไม่พอใจ ขากลับยอแสงเจออินตามาหาศักดิ์รพีแต่ไม่กล้าเข้าไปในงานเช่นกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจกลับ สภาพคนจรจัดของอินตาทำให้ยอแสงจำไม่ได้แม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่ายอแสงถูกเลี้ยงดูอย่างดี อินตาจึงไม่ยอมเปิดเผยตัวเองให้ยอแสงรู้ ศักดิ์รพีน้อยใจเรื่องยอแสงไม่ยอมมาหาทั้งที่ยอแสงคือคนที่เขาอยากเจอมากที่ สุด คุณใหญ่เป็นคนไกล่เกลี่ยให้ศักดิ์รพีกับยอแสงปรับความเข้าใจกัน เมื่อพบกันอีกครั้งศักดิ์รพีถึงกับตะลึงในความสวยน่ารักของยอแสง เขามอบของขวัญเป็นนาฬิกาเรือนทองให้ยอแสงแต่น้ำเสียงและท่าทางกลับดูเหิน ห่างออกไป ยิ่งเห็นยอแสงสนิทสนมกับธาดายิ่งทำให้เขาไม่พอใจ ทำตัวเย็นชาใส่ยอแสงมากขึ้น ยอแสงทั้งงอนทั้งน้อยใจไม่รู้ว่าศักดิ์รพีเป็นอะไรกันแน่

พิสัย กับก๊วนเพื่อนมาเยี่ยมบ้านศักดิ์รพีถูกใจในความสวยของยอแสงจึงเอ่ยปากขอ ยอแสงกับศักดิ์รพี ศักดิ์รพีไม่พอใจรู้ว่าพิสัยเป็นคนเจ้าชู้ ควงสาวไม่ซ้ำหน้าจึงคัดค้านเต็มที่ พิสัยก็ไม่ลดละพาพ่อไปขอหมั้นยอแสงถึงคฤหาสน์เรือนแพคุณใหญ่เล่าเรื่องพิสัย มาขอหมั้นให้ยอแสงฟังยอแสงปฏิเสธขอให้คุณใหญ่ช่วยบอกปัดแทน คุณใหญ่เรียกทนายมาทำพินัยกรรมของตัวเอง พริ้มเพรากับนเรนทร์แอบฟังทำให้รู้ว่าคุณใหญ่คิดยกสมบัติส่วนตัวทั้งหมดให้ ยอแสง นเรนทร์โกรธคิดกำจัดยอแสงจึงจ้างโตฉุดยอแสงไปข่มขืนโชคดีอินตามาช่วยไว้ทัน โตหนีรอดไปได้ ยอแสงรู้ดีว่านเรนทร์กับพริ้มเพราเป็นคนวางแผนทำร้ายตนแต่ไม่อยากเอาเรื่อง จึงทำเป็นพูดกระทบให้ทั้งสองรู้สึกตัวและสำนึก

นเรนทร์ลาออกจากโรงเรียนเพราะมีเรื่องจนชกหน้าครู เขาขอร้องให้ศักดิ์รพีฝากฝังงานให้ทั้งที่ตัวเขายังเรียนไม่จบ ศักดิ์รพีฝากฝังให้นเรนทร์ทำงานกับบริษัทเพื่อนที่เดียวกับที่ฝากฝังอินตา ให้ทำงานเป็นภารโรงอยู่โรงเรียน เข้าทำงานวันแรกนเรนทร์จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้ตัวเองจนเมามาย เอะอะ อินตาเข้าไปห้ามจึงถูกนเรนทร์เตะ อินตายกมือไหว้ขอโทษนเรนทร์ แล้วซมซานกลับบ้านนอนร้องไห้ที่ต้องยกมือไหว้ลูกตัวเอง ศักดิ์รพีอ่านพินัยกรรมแล้วไม่เห็นด้วย เพราะคุณใหญ่ตั้งใจเขียนพินัยกรรมให้ยอแสงอยู่ในความดูแลของศักดิ์รพีตลอดไป ไม่ว่าจะแต่งงานกับเขาหรือแต่งกับคนอื่นก็ตาม คุณใหญ่ยืนยันในสติสัมปชัญญะของตัวเองว่าทำไปเพราะต้องการแบบนั้นจริง พร้อมมิตรคอยใกล้ชิดศักดิ์รพีแต่ชายหนุ่มไม่สนใจ พร้อมมิตรจึงออกปากห้ามศักดิ์รพียุ่งกับยอแสงไม่งั้นจะทำร้ายยอแสงยิ่งทำให้ ศักดิ์รพีไม่พอใจพร้อมมิตรมากขึ้น

ธาดาบอกรักยอแสง แต่ยอแสงปฏิเสธเป็นนัยทำให้ธาดาทึกทักเอาเองว่ายอแสงรักเขานเรนทร์เมาจนถูก โจร2คนปล้น อินตาเข้ามาช่วยนเรนทร์จึงพาอินตามาฝากตัวกับคุณใหญ่เพราะเห็นว่าอินตาไม่มี บ้านอยู่ ยอแสงกับศักดิ์รพีมักไม่เข้าใจกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งยอแสงเองก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร พร้อมมิตรมีปากเสียงกับยอแสงเพราะความหึงหวงศักดิ์รพี แต่แท้จริงแล้วพร้อมมิตรรักศักดิ์รพีที่ทรัพย์สินมากกว่า ยอแสงคิดไม่ตกเรื่องศักดิ์รพี ไม่เข้าใจหัวใจตัวเอง ระหว่างเดินเล่นริมน้ำเจอจิตรใสออกไปกับ ภิรมย์ เพื่อนชายคนสนิทของจิตรใสทำให้รู้ว่าจิตรใสกำลังถูกภิรมย์หลอก หญิงสาวหาทางช่วยจิตรใสแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำยังไง พิสัยคอยวนมาหายอแสงสร้างความรำคาญให้ยอแสงมาก ศักดิ์รพีบอกให้ยอแสงเลิกคบกับธาดาโดยให้เหตุผลว่าธาดาจะทำให้ยอแสงตกต่ำ เพราะบ้านกำลังจะถูกยึดอาจเรียนไม่จบ ยอแสงขอให้ศักดิ์รพีช่วยธาดาแต่เขาปฏิเสธ ยอแสงเสียใจที่ศักดิ์รพีกลายเป็นคนแล้งน้ำใจไปแล้ว

จิตรใสไปเจอภิรมย์ตามนัดแต่ความจริงเธอถูกหลอกมาปล้ำ ยอแสงแอบตามมาจึงเข้าไปช่วย แต่จิตรใสกลัวเรื่องถึงหูคุณใหญ่จึงให้ภิรมย์กับเพื่อนปลุกปล้ำยอแสงแทน อินตาแอบตามมาช่วยเหลือยอแสงไว้ได้ คุณใหญ่คาดคั้นถามความจริงจากยอแสงเรื่องที่หายไปทั้งคืน ยอแสงไม่ยอมบอกเพราะกลัวจิตรใสเดือดร้อนทำให้คุณใหญ่ยิ่งเข้าใจผิดคิดว่ายอ แสงแอบไปอยู่กับผู้ชายจริง อินตาพาคุณใหญ่ไปเจอภิรมย์ให้สารภาพเรื่องทั้งหมด เมื่อรู้ความจริงคุณใหญ่จึงยิ่งรักยอแสงมากขึ้น ศักดิ์รพีเอาโฉนดที่ดินมายกให้ ธำรง พ่อของธาดาโดยมีข้อแม้ว่าธาดาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับยอแสง ธำรงดูออกว่าศักดิ์รพีรักยอแสงและโกรธที่โดนดูถูกแนะนำให้ศักดิ์รพีใช้วิธี อื่น ส่วนเขาจะไม่ยอมให้ธาดาขวางทางเจริญของยอแสงเช่นกัน

ชัยยุทธ เพื่อนของนเรนทร์มาติดพันพริ้มเพราเพราะคิดว่ามรดกที่เป็นของนเรนทร์จะเป็น ของพริ้มเพราด้วย ซ้อนไม่พอใจทะเลาะกับพริ้มเพราเจ็บใจตัวเองที่เป็นคนโง่ยอมให้พริ้มเพราหลอก ตลอดมาจึงเอาแต่ดื่มเหล้าดับทุกข์ ยอแสงมาเที่ยวบางแสนกับคุณใหญ่ ศักดิ์รพี พร้อมมิตร จิตรใส นเรนทร์ ระหว่างเดินเล่นในสวนมะพร้าวยอแสงเจอนางสายเข้าโดยบังเอิญ ยอแสงร้องไห้โฮด้วยความดีใจและตกใจเมื่อรู้ว่าแม่เป็นบ้าเธอรีบไปบอกคุณ ใหญ่ คุณใหญ่ฉุกคิดได้ว่าอาจเป็นนางสายที่เธอต้องการตัวจึงยอมไปพบแต่ต้องผิดหวัง เพราะสายหนีไปอีกแล้ว ยอแสงเศร้าเรื่องแม่ แต่ศักดิ์รพีเข้าใจผิดคิดว่ายอแสงคิดถึงธาดา ยอแสงน้อยเนื้อต่ำใจจึงมีปากเสียงกับศักดิ์รพี พร้อมมิตรแอบฟังอยู่เข้ามาเตือนศักดิ์รพี ศักดิ์รพีไม่ชอบให้พร้อมมิตรแสดงตัวเป็นเจ้าของเขาจึงออกปากไล่ด้วยความ รำคาญ

พร้อมมิตรเสียหน้าโกรธมากโทษว่าความผิดเกิดจากยอแสงคนเดียว นเรนทร์เห็นยอแสงเดินเล่นชายหาดคนเดียวจึงลากไปปลุกปล้ำ ธาดาที่มาติดต่อธุระกับพ่อเห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยจึงต่อสู้กับนเรนทร์ สุดท้ายศักดิ์รพีเข้ามาสั่งให้ยอแสงเตรียมตัวกลับบ้านและชำระความด้วยการตบ หน้านเรนทร์หลายที ยอแสงไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิดนับวันศักดิ์รพีถึงยิ่งเหินห่าง ยอแสงเศร้าปรับทุกข์กับอินตาว่าอยากหนีไปจากเรือนแพ อินตาให้กำลังใจขอให้ยอแสงสู้ต่อไป ซ้อนเมาเหล้า ร้องโวยวายออกมาจากบ้านว่าวิญญาณท่านต้นกับดวงพรมาหาเกือบจะเล่าความจริงให้ ยอแสงฟัง แต่ถูกอินตาชกจนสลบไปเสียก่อน

พริ้มเพราลักลอบได้เสียกับชัยยุทธบ่อยครั้งจนตั้งท้อง นเรนทร์ออกปากเตือนพริ้มเพราให้อยู่ห่างจากชัยยุทธเพราะมีเมียแล้วแถมยังมี แต่ตัวหวังจะเกาะพริ้มเพรากิน พริ้มเพราตกใจไม่รู้จะทำยังไงกับเด็กในท้อง ยอแสงรู้เรื่องจากคุณใหญ่ว่าศักดิ์รพีกำลังสร้างโรงเรียนในฝันให้เธอ ยังไม่ทันที่เธอจะขอบคุณศักดิ์รพีกลับเอาแหวนเพชรมาให้บอกว่าเป็นของหมั้น ของยอแสงกับธาดา ยอแสงโกรธไม่พอใจจึงเอาหินทุบแหวนจนพัง ทั้งสองทะเลาะกันระหว่างทางขับรถกลับ ยอแสงเจอสายเร่ร่อนอยู่ สายเห็นยอแสงก็วิ่งหนี ยอแสงวิ่งตามสะดุดล้มหัวฟาดพื้นสลบไป ศักดิ์รพีพายอแสงมานอนพักที่บ้าน ยอแสงรู้สึกตัวแล้วแต่แกล้งหลับเพื่อลองใจศักดิ์รพี ชายหนุ่มเฝ้าดูแลยอแสงเป็นอย่างดีก่อนออกจากห้องไป ธาดามารอพบศักดิ์รพีเข้าใจผิดคิดว่าศักดิ์รพีข่มเหงยอแสงด้วยการปลุกปล้ำจน ยอแสงสลบไป ศักดิ์รพีต่อยธาดาเพราะไม่ชอบให้ใครดูถูก ธาดาจะสู้ยอแสงรีบออกมาห้ามทัพยืนยันว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ท่าทางปกป้องศักดิ์รพีกลายๆ ทำให้ธาดามั่นใจว่ายอแสงตัดสินใจเลือกศักดิ์รพีแล้ว

เมื่อยอแสงต้องพักอยู่บ้านศักดิ์รพี จิตรใส นเรนทร์จึงนินทาว่ายอแสงคงมีอะไรกับศักดิ์รพีแล้ว พร้อมมิตรเอาปืนไปจ่อยอแสงด้วยความหึงแต่ยอแสงไม่กลัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทุกอย่างจนพร้อมมิตรเริ่มใจอ่อนยอมรับยอแสงมากขึ้น พริ้มเพราขอร้องให้ซ้อนเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่ซ้อนไม่ยอมรับแถมด่ากลับพริ้มเพราว่ากรรมกำลังสนองคนชั่ว ซ้อนบอกจะไม่ยอมโง่และช่วยเหลือพริ้มเพราอีกต่อไป ทั้งสองทะเลาะกันจนนเรนทร์แอบได้ยินว่าเขาไม่ใช่ลูกของท่านต้น นเรนทร์มาคาดคั้นเอาความจริงกับซ้อนที่ยังคงไม่สร่างเมา ซ้อนไม่ยอมบอกจึงถูกนเรนทร์ซ้อม อินตาเข้ามาห้ามถูกนเรนทร์ด่าอย่างหยาบคาย อินตาไล่นเรนทร์ออกไปก่อนเหลืออด ขอร้องให้ซ้อนปิดปากตัวเองอย่าเพิ่งบอกว่าลูกท่านต้นคือใครเพื่อความปลอดภัย ของทายาทที่แท้จริง คุณใหญ่ยอมพูดแค่นเรนทร์ไม่ใช่ลูกท่านต้นนเรนทร์แค้นมากอาฆาตทุกคนที่จะมา แย่งสมบัติของบ้านนี้ เขาถามความจริงจากพริ้มเพราจึงรู้ว่าพริ้มเพรา ซ้อน ละม่อมรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ละม่อมถูกฆ่าตาย

ซ้อนกับพริ้มเพรามั่นใจว่าเป็นฝีมือนเรนทร์จึงคิดหนีไปหลบอยู่ที่อื่นสัก ระยะ ซ้อนเข้าไปสารภาพเรื่องสลับลูกกับคุณใหญ่แต่คุณใหญ่รู้เรื่องมานานแล้วแค่ ไม่อยากพูดเท่านั้นนเรนทร์มาดักรอซ้อนอยู่ในห้อง แทงซ้อนไม่นับจนตายคาที่ อินตาเข้ามาแย่งมีดจาก นเรนทร์บอกจะรับผิดแทนแล้วล่อตำรวจให้วิ่งตาม คุณใหญ่ตัดสินใจเปิดพินัยกรรมก่อนกำหนดเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายอีก ต่อไป นเรนทร์มั่นใจว่าจะได้มรดกทั้งหมดแต่เมื่ออินตาปรากฏตัวขึ้นหลังจากโกนหนวด เคราแล้วความจริงทุกอย่างจึงถูกเปิดเผย ยอแสงคือตะวันทายาทที่แท้จริงของ

ท่านต้นกับดวงพร นเรนทร์คลั่งแค้นควักปืนมายิงทุกคน ศักดิ์รพีกับอินตาช่วยกันจับตัวนเรนทร์ ตำรวจมาถึงจึงลากตัวนเรนทร์ไปดำเนินคดียอแสง หรือ ตะวัน ได้ขยับฐานะเป็นเจ้าของคฤหาสน์เรือนแพที่แท้จริง ศักดิ์รพียังคงวางมาดไม่เลิก ยอแสงดัดนิสัยด้วยการแกล้งงอน ศักดิ์รพีจึงต้องรีบเข้าไปง้อและเปิดเผยความในใจของตน ในที่สุดความรักและความอบอุ่นที่ขาดหายไปจากคฤหาสน์เรือนแพก็ได้กลับคืนมา อีกครั้ง


รายชื่อนักแสดง “ตะวันยอแสง”

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ แสดงเป็น ศักดิ์ระพีหรือคุณเล็ก
เขมนิจ จามิกรณ์ “ ตะวันหรือยอแสง / ดวงพร
ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ “ นพดลหรือเอี้ยง
อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ “ ใจบุญ
ปัณฑิตา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์ “ พร้อมมิตร
กชกร นิมากรณ์ “ คุณใหญ่
ดิลก ทองวัฒนา “ ท่านต้น
อภิรดี ภวภูตานนท์ “ พริ้มเพรา
นนทพันธ์ ใจกันทา “ นเรนทร์
วรภร เลิศเกียรติไพบูลย์ “ จิตรใส
ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส “ ธาดา
เอกพัน บรรลือฤทธิ์ “ ซ้อน
รชนีกร พันธุ์มณี “ สาย
ทองขาว ภัทรโชคชัย “ อินตา
ดารณีนุช โพธิปิติ “ ละม่อม
ทนงศักดิ์ ศุภการ “ คร้าว
น้อย โพธิ์งาม “ อิ่ม
วาสิฏฐี ศรีโลฟุ้ง “ บารมี
บอล เชิญยิ้ม “ ฟ้อน
อมต อินทานนท์ “ ทิด
ด.ญ.สุพัณณิตา ก่อเกษมวงศ์ “ ตะวันตอนเด็ก
ด.ช.ธนบดี ชูโชติ “ เอี้ยงเด็ก
ด.ช.ภูริต เมธีสุทธิภัทร “ นเรนทร์เด็ก
มัฎสิกาญจน์ ทอรี “ จิตรใสเด็ก

บทประพันธ์. เสนีย์ บุษปะเกศ
บทโทรทัศน์. คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดง. จรูญ ธรรมศิลป์
ควบคุมการผลิต. สยม สังวริบุตร

ตะวันยอแสง ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี เริ่มออกอากาศตอนแรก 15 กุมภาพันธ์ 2553 ♦

Sunday, February 7, 2010

ละคร ทัดดาว บุษยา



"รักแท้...ย่อมหาทางของมันเองได้"


เรื่องย่อละคร:ทัดดาว บุษยา

เศรษฐีใหญ่เมืองนนท์แต่งงานอยู่กินกับ จิตรี อดีตนางงามผู้รักสวยรักงามและรักความสะดวกสบายจนกลายติดเป็นนิสัย ทำให้ขาดคุณสมบัติของภรรยาและสะใภ้ที่ดีที่ควรปรนนิบัติต่อสามีและ คุณหญิงบุษย์ แม่สามี คุณหญิงบุษย์เกลียดชังจิตรีมาก จึงได้วางแผนกำจัดจิตรีและหาภรรยาใหม่ให้คุณเด่นคือคุณเดือน เมื่อเลือกนักก็มักได้แร่เป็นธรรมดา คุณหญิงต้องโดนคุณเดือนหลอกว่าลูกติดท้องของเธอกับ นายเฉิด สามีเก่าเป็นลูกของเธอกับคุณเด่น คุณหญิงเชื่อและประกาศว่าลูกในท้องคุณเดือนคือทายาทแท้ๆที่มีสิทธิ์ใน พินัยกรรม เมื่อมัดใจแม่สามีได้แล้ว...คุณเดือนก็รีบกำจัดนายเฉิดเสี้ยนหนามใหญ่ที่อาจ ลุกขึ้นมาทำลายอนาคตของเธอกับลูกได้ เธอยอมเสียเงินก้อนโตฟาดหัวปิดปากนายเฉิดไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยววุ่นวายกับ เธอและลูกอีก

ตลอดเวลาที่อยู่กินกันมาคุณเด่นไม่มีใจรักคุณเดือนเลยแม้แต่น้อย เพราะเขายังมีใจรักและซื่อสัตย์ต่อจิตรีอยู่ แต่จิตรีกลับคิดน้อยใจและเข้าใจผิดคิดว่าคุณเด่นมีใจรักคุณเดือนมากกว่าตัว เอง จึงตัดสินใจตัดขาดจากบ้านบุษยาและหนีไปไม่บอกให้ใครรู้แม้แต่คุณเด่นว่าเธอ กำลังตั้งท้อง จิตรีหนีมาอยู่เชียงใหม่และคลอดลูกสาวชื่อว่า ทัดดาว เธอเลี้ยงดูพร่ำสอนทัดดาวให้เกลียดพ่อและทุกคนในบ้านบุษยา โดยหารู้ไม่ว่าคุณเด่นได้สืบรู้ที่อยู่และแอบไปมาหาสู่ทัดดาวอยู่บ่อยๆ จนทัดดาวรักและผูกพันกับคุณเด่นมากกว่าจิตรี จิตรีจับได้สั่งห้ามไม่ให้พ่อลูกได้พบกันอีก

เที่ยง แม่นมของทัดดาวสงสาร แอบพาทัดดาวลักลอบหนีจิตรีมาพบคุณเด่น ครั้งล่าสุดที่คุณเด่นกับ ตาพ่วง มาหาทัดดาว คุณเด่นบอกทัดดาวให้ตั้งใจเรียนและดูแลจิตรีแทนเขาด้วย และยังบอกอีกว่าได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดรวมทั้งบ้านบุษยาให้กับทัดดาว แต่เพียงผู้เดียว ทัดดาวไม่ได้เอะใจเลยว่าครั้งนี้จะเป็นการสั่งลาและเป็นครั้งสุดท้ายที่จะ ได้เห็นหน้าพ่อ หลังจากวันนั้นคุณเด่นก็ไม่เคยมาหาทัดดาวอีกเลย ทัดดาวได้แต่รอและภาวนาขอให้มีโอกาสได้เจอหน้าพ่ออีกซักครั้ง

เพราะจมไม่ลง..อีกทั้งยังต้องใช้เงินอย่างกระเบียดกระเสียรอย่างที่ไม่เคย เป็นมาก่อน ทำให้จิตรีต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบทุกอย่าง สุดท้ายดิ้นไม่รอดจึงหันไปเล่นการพนันหวังรวยทางลัดแต่แล้วก็ต้องหมดเนื้อ หมดตัวไม่เหลืออะไร จึงตัดสินใจส่งทัดดาวเข้าประกวดนางสาวเชียงใหม่เพราะอยากได้เงินรางวัลมาต่อ ทุนเล่นการพนันอีก

เจ้ายอดขวัญ บุตรชายคนเดียวของเจ้าพัฒนาจบการศึกษาด้านเกษตรจากอเมริกากลับมาพอดี เจ้าแสงคำ คนรักของเขาจึงชวนเขามางานประกวดด้วย ในที่สุดทัดดาวก็ชนะประกวดและได้เงินรางวัลมาอย่างสมใจจิตรี ซ้ำยังเป็นที่หมายตาต้องใจของ เจ้าพัฒนา อีกด้วย

ทัดดาวชกต่อยพวกอันธพาลที่มาแซว เจ้ายอดขวัญผ่านมาเห็นคิดว่าทัดดาวถูกรุมรังแกจึงเข้าไปช่วย ทำให้โดนลูกหลงถูกหมัดทัดดาวอัดหน้าจนมึน จิตรีดวงตกเสียเงินเล่นพนันจนหนี้สินท่วมตัว เมื่อเจ้าหนี้เร่งทวงมากๆไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากเจ้าพัฒนาเพราะรู้ว่าท่านชื่นชมเอ็นดูทัด ดาวอยู่ เจ้าพัฒนายินดีช่วยเหลือ แต่มีข้อแม้ว่าต้องยกทัดดาวให้มาแต่งงานกับท่าน เหตุการณ์บีบบังคับทำให้จิตรีดิ้นไม่รอดเพราะเจ้าหนี้ขู่เอาชีวิต จึงตัดใจยอมยกลูกสาวให้ไปแต่งงานกับเจ้าพัฒนา

เจ้าพัฒนา...ประกาศแต่งงานกับทัดดาวโดยไม่ฟังคำทัดทานของเจ้ายอดขวัญเลย เจ้ายอดขวัญเสียใจที่เจ้าพัฒนาตัดสินใจแต่งงานกับเด็กรุ่นราวคราวหลาน เขาผูกใจเจ็บเกลียดแค้นทัดดาวมาก ด่าว่าทัดดาวต่อหน้าว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ พอหมดหนทางทำมาหากินแล้วก็มาหลอกลวงเจ้าพัฒนาเพื่อหวังสมบัติ เรื่องของทัดดาวทำให้เจ้ายอดขวัญต้องมีปากเสียงกับเจ้าพัฒนาอย่างรุนแรง ขนาดยังไม่แต่งงานเจ้าพัฒนาก็เข้าข้างและหลงทัดดาวหัวปรักหัวปรำแล้ว อีกหน่อยพอแต่งงานอยู่กินกันไปเจ้าพัฒนาก็คงไม่เห็นหัวเขาเลย เจ้ายอดขวัญทนรับสภาพที่ต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแม่เลี้ยงซึ่งมีอายุ น้อยกว่าตัวเองไม่ได้ จึงตัดสินใจหนีออกจากคุ้มพัฒนาไปกับ บาง คนรับใช้กึ่งคนสนิทของเขา ส่วนทัดดาวก็ตัดพ้อต่อว่าจิตรีที่ทำให้เธอต้องโดนเจ้ายอดขวัญประณามหยาม เหยียด เธอจึงเกลียดเจ้ายอดขวัญไม่น้อยไปกว่าที่เขาเกลียดเธอเลยเหมือนกัน จิตรีเองก็เสียใจ...แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วที่จะแก้ปัญหาเรื่องหนี้สิน อีกอย่างที่ต้องทำแบบนี้ไปก็เพราะรักเป็นห่วงทัดดาว ไม่อยากให้ทัดดาวต้องมาลำบากเหมือนเธอ ตอนนี้คุณเด่นก็เสียชีวิตลาโลกไปแล้ว สมบัติทั้งหมดรวมทั้งบ้านบุษยาก็ถูกคุณเดือนครอบครองไปหมด

ทัดดาวแทบช็อคเมื่อรู้ข่าวการตายของคุณเด่น เธอจึงตัดสินใจหนีการแต่งงานไปบ้านบุษยาเพื่อสืบเรื่องพินัยกรรมและทวง สิทธิ์อันชอบธรรมของตัวเองคืน เที่ยงช่วยทัดดาววางแผนหนีและขอติดตามไปด้วย เธอให้ทัดดาวตัดผมปลอมตัวเป็นผู้ชายเพราะกลัวคนจำได้ จากชื่อทัดดาวก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่ว่า...สุทัศน์ บางมาลาเที่ยง เที่ยงสบโอกาสขอบางอาศัยร่วมเดินทางไปด้วย บางดีใจรีบมาขอเจ้ายอดขวัญให้พาเที่ยงกับสุทัศน์ไปด้วย เจ้ายอดขวัญไม่ปฎิเสธเพราะรู้ว่าบางกับเที่ยงชอบพอกันมานานแล้ว

ก่อนไป....เจ้ายอดขวัญแวะไปร่ำลาคนรักของเขา เจ้าแสงคำทัดทานไม่อยากให้เขาหนีปัญหา เพราะถึงอย่างไรเขากับเจ้าพัฒนาก็เป็นพ่อลูกกัน ทำไมต้องตัดพ่อตัดลูกกันแค่เรื่องผู้หญิงคนเดียว เธออยากให้เขาอยู่เผชิญหน้ากับความจริงและยอมรับมันให้ได้ เพราะเธอกลัวว่าคนที่ต้องเจ็บปวดเสียใจในวันข้างหน้าอาจเป็นเขาเอง แม้เธอจะทัดทานเพียงใด...แต่เขาก็ไม่ยอมลดฐิติที่มีต่อเจ้าพัฒนาและทัดดาว ได้ เขาให้คำมั่นสัญญากับเธอว่า....ถ้าสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้วเขาจะกลับมาขอ เธอแต่งงาน เจ้าแสงคำยากที่จะเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้ได้ เธอจึงอวยพรขอให้เขาโชคดี ไม่ว่าจะนานแค่ไหน...เธอก็จะรอเขาคนเดียว ในที่สุด...ต่างคนต่างเกลียดกันก็ต้องมาพบและเจอกันจนได้ เจ้ายอดขวัญจำไม่ได้และไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มหน้าหวานรูปร่างอ้อนแอ้นชื่อ สุทัศน์ที่เที่ยงโกหกว่าเป็นหลานชายแท้ๆจะเป็นทัดดาว ส่วนทัดดาวก็คิดไม่ถึงว่าจะต้องมาร่วมเดินทางไปกับคนที่เธอเกลียดมาก เที่ยงขอร้องให้ทัดดาวหยุดนึกถึงความเกลียดเอาไว้ก่อนเพราะสิ่งที่ต้องนึก ถึงตอนนี้คือหนีการแต่งงานและหาทางเข้าบ้านบุษยาให้ได้ ถึงแม้จะต้องฝืนใจทำตามที่เที่ยงขอร้อง แต่ทัดดาวก็ไม่มีวันลืมว่าเคยถูกเขาตราหน้าและเหยียบย้ำศักดิ์ศรีไว้

เจ้าน้อยได้เจอหน้าเด็กหนุ่มสุทัศน์ครั้งแรกก็รู้สึกถูก ชะตาและเอ็นดูในทันที เช่นเดียวกับสุทัศน์ก็ต้องเสแสร้งทำเป็นรู้สึกว่าถูกชะตากับเขาในทันที เหมือนกัน เที่ยงทุกข์ใจไม่กล้าปริปากบอกความจริงกับบางเรื่องทัดดาว ส่วนบางก็ต้องขอร้องเที่ยงไม่ให้เปิดเผยฐานะที่แท้จริงของเจ้ายอดขวัญกับ สุทัศน์และกับคนอื่นในระหว่างเดินทาง เพราะกลัวว่าเจ้าพัฒนาจะตามหาตัวเจ้ายอดขวัญเจอ ทั้งสุทัศน์และเที่ยงจึงต้องเรียกเจ้ายอดขวัญว่าเจ้าน้อยตามที่บางขอร้อง

เจ้าพัฒนาเตรียมงานแต่งไว้อย่างใหญ่โต แต่แล้วก็ต้องโมโหเมื่อรู้ว่าทัดดาวหนีการแต่งงาน จิตรีแทบคลั่งคิดไม่ถึงว่าจะโดนลูกสาวหักหลัง เจ้าพัฒนาจึงต้องบังคับจิตรีให้มาแต่งงานแทนเพื่อไม่ให้อับอายขายหน้าคนอื่น จิตรียากที่จะปฎิเสธแต่ก็ต้องจำใจยอมแต่งเพื่อลบล้างหนี้สินและให้ทุกอย่าง จบ หลังจากแต่งงานอยู่กินกันมา จิตรีก็ปรับปรุงตัวเองใหม่เพื่อให้สมกับเป็นภรรยาที่ดีของเจ้าพัฒนา เลิกเล่นการพนันและหันมาดูแลเจ้าพัฒนาอย่างดีให้สมกับที่ท่านให้ความรักความ เมตตา ส่วนเจ้าพัฒนานับวันก็ยิ่งหลงยิ่งรักจิตรีจริงๆมากขึ้นไปด้วย เจ้าน้อยเริ่มสนิทสนมกับเด็กหนุ่มสุทัศน์มากขึ้น ในขณะที่ทัดดาวเองก็คลายความเกลียดชังในตัวของเขาลงไปบ้าง เพราะความดีมีน้ำใจและเมตตาที่เขาให้มันมากยิ่งกว่าสิ่งที่เธอจะมานั่งฝังใจ เกลียดเขาอีกต่อไป เที่ยงหนักใจเตือนทัดดาวให้ระวังตัวและอยู่ห่างๆเจ้าน้อยเพราะกลัวเขาจับ ได้ เจ้าน้อยถามสุทัศน์ว่าลงไปกรุงเทพฯทำไม สุทัศน์บอกลงไปทวงสิทธิ์ในบ้านบุษยา เจ้าน้อยสงสัยว่าสุทัศน์เกี่ยวดองอะไรกับบ้านบุษยา สุทัศน์ตั้งข้อแม้ว่าถ้าบอกความจริงแล้วเขาต้องช่วยพาเข้าบ้านบุษยา เพราะเขาเคยบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกับ วิธูร และเคยเข้าไปพักที่นั่นบ่อยๆ เจ้าน้อยต้องการปราบผยศสุทัศน์ จึงตั้งข้อแม้บ้างว่าถ้ารับปากช่วยสุทัศน์แล้ว สุทัศน์ต้องเชื่อฟังอยู่ในโอวาทและยอมเขาทุกอย่าง สุทัศน์ต้องยอมรับปาก และยอมบอกความจริงว่าเป็นลูกคุณเด่น...แต่ไม่กล้าเปิดเผยว่าเป็นลูกจิตรี เพราะกลัวเขาจับได้ว่าคือทัดดาว พอสุทัศน์ย้อนถามเขาบ้าง เขาก็เล่าเรื่องแต่งงานของพ่อกับเด็กรุ่นราวคราวหลานและพูดดูถูกเหยียดหยาม ทัดดาวให้สุทัศน์ฟัง สุทัศน์ทนไม่ได้เถียงแทนทัดดาวจนเจ้าน้อยโมโหลงโทษให้ยืนตากฝนทั้งคืน เที่ยงสงสารจะพาสุทัศน์ซึ่งป่วยหนักไปหาหมอ เจ้าสั่งห้ามบอกสุทัศน์เป็นผู้ชายต้องรู้จักอดทนเข้มแข็ง

ทัดดาวต้องทนยอมให้เขาทารุณและยอมอยู่ในโอวาทของเขา เพราะมีความหวังให้เขาช่วยพาเข้าบ้านบุษยา เที่ยงทนเห็นทัดดาวถูกทารุณไม่ได้บอกทัดดาวให้เลิกล้มความตั้งใจแล้วกลับไป อยู่กับจิตรี ทัดดาวไม่ยอม...ยังไงเธอก็ยืนหยัดที่จะเข้าไปทวงสิทธิ์ของตัวเองในบ้านบุ ษยากลับคืนมา เจ้าน้อยเปลี่ยนแผน...ไม่พาสุทัศน์เข้าบ้านบุษยาตอนนี้กลัวเจ้าพัฒนาตามหา ตัวเขาเจอ เพราะทุกครั้งที่เขากลับเมืองไทยและมากรุงเทพฯ เจ้าพัฒนาก็มักจะรู้เสมอว่าเขาต้องเข้าไปพักในบ้านบุษยากับวิธูร ดังนั้นเขาจึงพาทั้งหมดแวะมาอยู่ในไร่ที่ปากช่องก่อน เขาให้บางหาคนงานมาปรับผืนป่าให้เป็นผืนไร่ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ เมื่อมีโอกาสเหมาะเขาถึงจะพาสุทัศน์เข้าไปในบ้านบุษยาเอง เจ้าน้อยเอาแต่สนใจงานในไร่ จนทำให้ทัดดาวทนไม่ไหวตัดสินใจหนีไปกรุงเทพฯกับเที่ยง ระหว่างนั่งรถออกจากไร่ ทั้งสองก็โดนโจรปล้นเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดตัว จึงพากันกลับมารับจ้างเจ้าน้อยทำงานในไร่ตามเดิม เจ้าน้อยทารุณและใช้งานสุทัศน์อย่างหนักเพื่อเป็นการลงโทษ ถึงแม้งานที่ทำจะไม่สำเร็จและไม่เป็นที่พอใจเจ้าน้อยเลย แต่สุทัศน์ก็ตั้งใจทำเต็มกำลังความสามารถ ก้มหน้าก้มตาทำงานหามรุ่งหามค่ำจนคนงานในไร่ที่เป็นผู้ชายแท้ๆยอมแพ้ยกนิ้ว ให้

เมื่อเจ้าแสงคำมาหาเจ้าน้อยและพักที่ไร่ ทัดดาวกับเที่ยงกังวล กลัวว่าเจ้าแสงคำจะจำได้ เพราะเคยเจอและเคยพูดคุยกับเธอในงานประกวดนางสาวเชียงใหม่มาแล้ว เจ้าน้อยสั่งสุทัศน์ให้มาทำงานบ้านและคอยดูแลเจ้าแสงคำ แต่สุทัศน์หาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยงว่าตอนเช้าต้องไปดูแลงานในไร่แทนคนงานที่ลา หยุดเพราะลูกไม่สบาย บ่ายๆก็ต้องไปให้น้ำให้หญ้าอาบน้ำม้าและขัดคอกม้าคอกวัว ตอนเย็นก็ต้องไปช่วยเลี้ยงและช่วยสอนการบ้านให้ลูกคนงานที่ท้ายไร่ ส่วนกลางคืนก็ต้องไปนอนเฝ้าแม่วัวที่กำลังใกล้คลอดอีก งานมีให้ทำทั้งวันทั้งคืน...เนื้อตัวก็สกปรกมอมแมมเหม็นกลิ่นมูลสัตว์ คงไม่เหมาะเข้าไปดูแลเจ้าแสงคำคนรักของเจ้าได้ เจ้าน้อยโมโหแต่ก็ทำอะไรสุทัศน์ไม่ได้เพราะเจ้าแสงคำขอไว้ ตั้งแต่เจ้าแสงคำมาสุทัศน์กับเที่ยงก็เอาแต่หลบหน้าจนเจ้าน้อยกับบางเริ่ม สงสัย เจ้าน้อยแกล้งให้บางไปหลอกว่าเจ้าแสงคำกลับแล้ว พอทั้งสองมารับเงินเดือนก็ต้องตกใจเมื่อได้เผชิญหน้ากับเจ้าแสงคำ โชคดีที่วิธูรกับ เพื่อนๆมาถึงพอดี ทำให้ทั้งสองพากันหลบรอดออกมาได้ สุทัศน์บังเอิญได้ยินเจ้าน้อยกับเจ้าแสงคำคุยกันเรื่องไร่และร้านอาหารใน ฝัน เจ้าน้อยบอกจะเอาผลผลิตทั้งหมดในไร่ไปใช้กับร้านอาหาร สุทัศน์ถึงได้เข้าใจและรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าน้อยทุ่มเททำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อความฝันของเขากับเจ้าแสงคำ หลังจากเจ้าแสงคำกลับไป สุทัศน์ก็คอยเป็นกำลังใจทำให้เจ้าน้อยลุกขึ้นมาทำไร่ในฝันต่อ มิตรภาพและความผูกพันของทั้งสองเริ่มแน่นแฟ้นจนเจ้าน้อยไว้ใจยอมรับสุทัศน์ เป็นน้องชาย

เที่ยงเริ่มเป็นห่วงหาทางทำให้ทั้งสองอยู่ห่างๆกันแต่ก็ทำไม่สำเร็จ จึงขอร้องให้บางเตือนเจ้าน้อยว่าสุทัศน์เป็นเด็กไม่ดีมีนิสัยเสียก้าวร้าว หลังจากนั้นเจ้าน้อยก็แอบสังเกตพฤติกรรมของสุทัศน์ นอกจากจะเป็นเด็กที่พูดจาตรงไปตรงมาและชอบต่อปากต่อคำแล้ว เขาก็ไม่เคยมองเห็นด้านไม่ดีของสุทัศน์ตามที่บางบอกเลย แต่กลับเห็นอีกมุมที่คิดไม่ถึงว่าเด็กผู้ชายตัวเล็กๆธรรมดาๆจะฉลาดและมีความ คิด ซึ่งบางเรื่องเขาเองยังมีความคิดสู้สุทัศน์ไม่ได้เลย เช่นเรื่องทัดดาวในมุมที่สุทัศน์พูดถึง แม้ทุกครั้งเขาจะโกรธที่สุทัศน์เข้าข้างและพูดถึงทัดดาวในแง่ดี แต่สิ่งที่สุทัศน์พูดก็มีน้ำหนักและมีเหตุผล เขาต่างหากล่ะที่มีฐิติกับทัดดาวมากไปเอง บางเตือนสุทัศน์ให้รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะยังไงสุทัศน์กับเจ้าน้อยก็มีฐานะชนชั้นที่ต่างกัน การทำตัวสนิทและตีเสมอเจ้าน้อยจะทำให้คนอื่นมองเจ้าไม่ดี ส่วนเที่ยงก็เตือนทัดดาวให้รักนวลสงวนตัวเพราะเป็นผู้หญิง ถ้าเจ้าน้อยจับได้ก็ยิ่งจะโกรธจะเกลียดเข้าไปอีก แล้วความตั้งใจที่จะเข้าไปบ้านบุษยาก็ต้องพังพินาศตามไปด้วย

หลังจากนั้น...สุทัศน์ก็เจียมเนื้อเจียมตัวและตีตัว ออกห่างจากเจ้าน้อย จากที่เคยเป็นเงาตามตัวเจ้าน้อยตอนนี้เขาก็ไม่มีสุทัศน์อยู่เคียงข้างเหมือน เมื่อก่อนแล้ว บรรยากาศในไร่เริ่มอึดอัดเพราะทั้งคู่ปั้นปึ่งไม่พูดไม่จากัน เที่ยงกับบางกลุ้มใจไม่คิดว่าสิ่งที่ทำลงไปมันจะกลายเป็นผลเสีย พอทั้งสองต่างคนต่างโทษกันเองก็กลายเป็นว่าปั้นปึ่งไม่พูดไม่จากันไปอีก คู่ เจ้าน้อยรู้ว่าสิ่งเดียวที่จะได้สุทัศน์คนเดิมกลับคืนมานั่นก็คือพาเข้าไปใน บ้านบุษยาให้เร็วที่สุด สุทัศน์ตื่นเต้นดีใจเมื่อรู้ว่าเจ้าน้อยจะพาเข้าบ้านบุษยา ตรงข้ามกับเที่ยงที่ทุกข์ใจเพราะเจ้าน้อยจะไปกับสุทัศน์แค่สองคนปล่อยให้เธอ กับบางอยู่ดูแลงานในไร่แทน

ในคืนก่อนไป...เจ้าน้อยให้สุทัศน์เข้ามาช่วยจัดกระเป๋า สุทัศน์เพลีย จัดเผลอหลับอยู่ในห้องของเขา เที่ยงแทบคลั่งเมื่อรู้ว่าทัดดาวนอนอยู่ในห้องเจ้าน้อยทั้งคืน จึงกำชับทัดดาวไม่ให้นอนห้องเดียวกับเจ้าน้อยอีก และอย่าไปทำพิรุธให้ทุกคนในบ้านบุษยาจับได้ ทัดดาวบอกไม่ต้องห่วงเธอจะระวังตัวอย่างดีที่สุด รับรองไม่มีใครจับได้แน่นอน เจ้าน้อยพาสุทัศน์...เข้าบ้านบุษยาในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว ดังนั้นสุทัศน์จึงต้องอยู่ใกล้ชิดเขาตลอดเวลาหมดโอกาสหลบหน้าเหมือนตอนที่ อยู่ในไร่ได้อีกแล้ว คุณเดือนไม่รู้ว่าเจ้ายอดขวัญจะพาสุทัศน์มาด้วย จึงให้ ยายมา จัดห้องรับรองไว้แค่ห้องเดียว เจ้าน้อยให้สุทัศน์ขึ้นมานอนเตียงเดียวกับเขา สุทัศน์เลี่ยงว่าเป็นแค่ทาสรับใช้ไม่อาจตีเสมอขึ้นไปนอนเตียงเดียวกับเจ้า นายได้ เจ้าน้อยสังเกตุเห็นมานานแล้วว่าสุทัศน์เป็นเด็กขี้อายมีนิสัยชอบเถียงชอบ พูดจาประชดประชันเหมือนเด็กผู้หญิง และชอบแอบไปอาบน้ำคนเดียวตอนกลางคืนที่อยู่ในไร่ด้วย ซึ่งเขาจะแซวสุทัศน์เสมอว่าเป็นกระเทย สุทัศน์ก็ต้องหาทางแก้ตัวทุกครั้งว่าเป็นคนอาภัพมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเด็ก ผู้หญิงตั้งแต่เล็กจนโตใครๆก็ชอบล้อว่าเป็นกระเทยเหมือนที่เขาว่า

คุณเดือนไม่ถูกชะตากับสุทัศน์เลยตั้งแรกเห็น เธอหวังให้ เต็มดวง น้องสาวของเธอจับเจ้ายอดขวัญ แต่เต็มดวงกลับเฉยชา เลยทำให้คุณเดือนเข้าใจผิดคิดว่าสุทัศน์เป็นตัวการทำให้เต็มดวงไม่มีโอกาส ใกล้ชิดเจ้ายอดขวัญ คุณเดือนจึงให้ยายมาคอยดึงสุทัศน์ออกห่างและหาทางกลั่นแกล้งใช้งานสุทัศน์ ทั้งสองหารู้ไม่ว่างานทุกอย่างที่แกล้งให้สุทัศน์ทำนั้นจะมี อร (หลาน สาวยายมา) คอยช่วยเหลือ ในบ้านบุษยานอกจากวิธูแล้วก็ยังมีเต็มดวงอีกคนที่ทัดดาวเคารพนับถือและมั่น ใจว่าน่าจะเป็นมิตรกับเธอ หลังสิ้นคุณเด่นได้ไม่นาน...คุณหญิงก็เจ็บป่วยลงทันที มีเพียงเต็มดวงกับ แต้ม (ลูกชายของคุณเด่นกับคุณเดือน) เท่านั้นที่คอยมาดูแลเยี่ยวยา ส่วนคุณเดือนกับ ต้อม (ลูกสาวคุณเดือนกับนายเฉิด) ไม่เคยสนใจมาใยดีคุณหญิงเลย ทั้งสองคิดว่าคุณหญิงเป็นกาฝากไร้ประโยชน์ที่คุณเด่นทิ้งไว้ให้รกบ้านบุษยา ทัดดาวมีโอกาสแอบเข้ามาดูแลคุณหญิงบ่อยๆได้เพราะมีอรที่หลงรักเธออยู่ช่วย เหลือ ทุกครั้งที่ทัดดาวมาหาคุณหญิงจะมีความสุขและยิ้มได้เสมอ อาการป่วยก็ดีขึ้นเรื่อยๆจนทุกคนแปลกใจ คุณเดือนให้ ตาเหมือน (สามียายมา)คอยสอดส่องดูว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมคุณหญิงถึงได้ลุกขึ้นมาเดินเหิน ได้อย่างมีความสุข

เมื่อเกิดปัญหาที่ไร่...เจ้ายอดขวัญต้องรีบกลับไปดู จึงฝากวิธูรให้ช่วยดูแลสุทัศน์แทนเขา เมื่อยุเต็มดวงให้จับเจ้ายอดขวัญไม่สำเร็จ คุณเดือนก็หันมาส่งเสริมให้ต้อมซึ่งแอบหลงรักเจ้ายอดขวัญอยู่แล้วลุกขึ้นมา จับเจ้ายอดขวัญต่อ เธอออกปากขอเจ้ายอดขวัญให้ต้อมนั่งรถไปไร่เป็นเพื่อน เจ้ายอดขวัญพยายามปฎิเสธโดยอ้างว่าที่ไร่ทุรกันดารและลำบากมาก แต่ต้อมไม่สน...เธอมั่นใจว่าถ้ามีเจ้ายอดขวัญอยู่เคียงข้าง ต่อให้ลำบากแค่ไหนเธอก็ทนได้ สุทัศน์มาส่งเจ้ายอดขวัญกับต้อมขึ้นรถ...พอรถเจ้ายอดขวัญแล่นออกไป รถคันหรูที่มีเจ้าพัฒนากับจิตรีนั่งมาก็แล่นเข้ามาจอด ทัดดาวตกใจหาทางหลบเกือบไม่ทัน จิตรีนั่งรออยู่ในรถเพราะไม่อยากเข้าไปเจอหน้าคุณเดือน ฝากเจ้าพัฒนาให้ช่วยสอดส่องดูว่าทัดดาวมาที่นี่หรือเปล่า เธอห้ามเจ้าพัฒนาไม่ให้ไปถามคุณเดือนตรงๆถึงเรื่องทัดดาว เพราะถ้าคุณเดือนรู้ว่าทัดดาวหนีเธอมา จะทำให้ทัดดาวเข้ามาในบ้านบุษยาลำบาก คุณเดือนต้อนรับขับสู้เจ้าพัฒนาอย่างดี เจ้าพัฒนาถามหาเจ้ายอดขวัญ คุณเดือนปิดปากเงียบ...เพราะเธอได้สัญญากับเจ้ายอดขวัญไว้แล้วว่าจะไม่บอก เจ้าพัฒนา เจ้าพัฒนากับจิตรีต้องพากันผิดหวังกลับไป ไม่พบทั้งลูกชายลูกสาวของตัวเองกันเลยซักคน

ผ่านไปหลายวัน...เจ้าน้อยก็ยังไม่กลับ ทำให้สุทัศน์ต้องบ่นคิดถึงเขาให้อรฟังเกือบทุกวัน อรสงสัยคิดว่าสุทัศน์เป็นเกย์ สุทัศน์ปฎิเสธเสียงแข็งและพยายามออดอ้อนเอาอกเอาใจอร เต็มดวงผ่านมาเห็นจึงเรียกสุทัศน์มาว่ากล่าวตักเตือน คุณเดือนกับยายมาหลอกสุทัศน์ให้ไปช่วยถือของที่ห้างสรรพสินค้า เมื่อมีโอกาสทั้งสองก็ทิ้งสุทัศน์ให้เดินหลงอยู่คนเดียวในห้าง สุทัศน์ไม่มีเงินติดตัวเลยซักบาทเดินร้องไห้หาทางกลับบ้านบุษยา โชคร้ายดันเดินมาเจอเจ้าพัฒนากับจิตรีกำลังเดินซื้อของอยู่ข้างทาง จิตรีเห็นและจำทัดดาวได้ตะโกนร้องเรียกและวิ่งตาม แต่ทัดดาวยังน้อยใจและยังไม่อยากเจอหน้าจิตรีตอนนี้ เธอจึงวิ่งร้องไห้หนีจิตรีไปอย่างเจ็บปวดจนเกือบจะโดนรถวิธูรชน ระหว่างทางที่วิธูรขับรถพาทัดดาวกลับบ้าน ทัดดาวระบายความในใจและหลุดเล่าเรื่องของเธอให้วิธูรฟัง เธอขอร้องวิธูรให้เก็บความลับที่เธอเป็นผู้หญิงไว้ วิธูรคิดไม่ถึงว่าเด็กผู้ชายที่เขาเคยกอดคอลูบหัวได้จะกลายเป็นเด็กผู้หญิง ไปแล้ว เขาสงสารและเอ็นดูทัดดาวจึงรับปากและสัญญาว่าจะไม่บอกให้ใครรู้...แม้แต่ เจ้ายอดขวัญ

ความน่ารักสดใสและรอยยิ้มของทัดดาว ทำให้วิธูรที่อมทุกข์ยิ้มยากกลับมายิ้ม และมีความสุขได้อีกเมื่อเจ้ายอดขวัญกลับมา เขาสงสัยว่าทำไมสุทัศน์กับวิธูรถึงได้สนิทแนบแน่นกันขนาดนี้ ยิ่งเวลาสุทัศน์ได้อยู่กับวิธูรก็ยิ่งดูมีความสุขมากกว่าเวลาที่อยู่กับเขา เจ้ายอดขวัญขัดหูขัดตาจึงเรียกสุทัศน์มาตักเตือนไม่ให้อยู่ใกล้วิธูร โดยอ้างว่ากลัวคนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าวิธูรเป็นเกย์ สุทัศน์ย้อนเขาบ้าง...ตั้งแต่กลับมาจากไร่เขากับต้อมก็ดูสนิทแนบแน่นกันมาก ยิ่งเวลาที่เขาได้อยู่กับต้อมก็ดูเขามีความสุขมากกว่าที่อยู่กับตัวเองเสีย อีก และที่ห้ามไม่ให้อยู่ใกล้วิธูรเพราะหึงหรือเปล่า ไม่กลัวคนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเกย์บ้างเหรอ หลังจากนั้นเจ้ายอดขวัญก็กลับมาคิดใคร่ครวญ และถามตัวเองว่ารู้สึกหึงจริงๆอย่างที่สุทัศน์ว่าประชดหรือเปล่า ไม่จริง!เขาไม่เคยคิดอย่างนั้นกับสุทัศน์เลย...เขาไม่ได้เป็นเกย์แน่นอน เมื่อเจ้าแสงคำมา...เจ้ายอดขวัญจึงพิสูจน์ให้สุทัศน์เห็นว่าเขายังเป็น ผู้ชายแท้ๆ ตอนนี้กลับเป็นทัดดาวเองที่ต้องกลับมาคิดใคร่ครวญและถามตัวเองว่าเกิดอะไร ขึ้นกับหัวใจ เมื่อก่อนเธอยังสนับสนุนให้เจ้ายอดขวัญกับเจ้าแสงคำรักกันอยู่เลย เพราะทั้งสองดูเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันมากที่สุด แต่ตอนนี้ทำไมเธอกลับรู้สึกแปลกๆและทนไม่ได้เมื่อเห็นทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่จริง!!...เธอไม่เคยรู้สึกและคิดอะไรกับเจ้ายอดขวัญอย่างนั้นเลย

ทัดดาวพยายามสลัดความสับสน...ที่มีอยู่ในใจทิ้ง หันมาสืบเรื่องพินัยกรรมจนพบเบาะแสบางอย่างโดยบังเอิญ เมื่อเธอแอบเข้ามาเยี่ยมคุณหญิงแล้วได้ยินเต็มดวงระบายความในใจ...และฝัน ร้ายที่เกาะกินใจตัวเองมาร่วม 5 ปีให้คุณหญิงฟัง เธอรู้สึกเสียใจและละอายใจมากที่ตัวเธอคุณเดือนและวิธูรต้องมาเสวยสุขบนความ ทุกข์ของเจ้าของมรดกตัวจริง คุณหญิงปลอบและบอกเต็มดวงว่าจะไม่สบายใจไปทำไม ในเมื่อทายาทตัวจริงที่เป็นเจ้าของมรดกก็คือต้อมกับแต้มหลานของเธอ ยังไม่ทันที่เต็มดวงจะได้บอกความจริงกับคุณหญิงว่าเจ้าของมรดกตัวจริงเป็น ใคร คุณเดือนกับยายมาก็เข้ามาขัดจังหวะพอดี เลยทำให้เต็มดวงโดนคุณเดือนดุและขู่ฆ่าถ้าเอาความลับมาเปิดเผย ทัดดาวคิดไม่ถึงค่อยๆถอยหลังหลบออกมาจนเกือบจะโดนตาเหมือนจับได้ เธอวิ่งหนีตาเหมือนไปอย่างไม่คิดชีวิตเข้าไปหลบในบ้านร้างที่อยู่หลังบ้านบุ ษยา แล้วเธอก็ต้องตกใจ เมื่อพบร่างชายชราเจ้าของเสียงร้องโหยหวนที่เคยได้ยินเกือบทุกคืนถูกทรมาน ล่ามโซ่อยู่ที่นั่น ทัดดาวจะเข้าไปหาแต่ชายชราโผเข้าทำร้ายก่อน เธอตกใจคิดไม่ถึงว่าชายชราที่กำลังบีบคอเธออยู่จะเป็นตาพ่วง เธอบอกตาพ่วงว่าเป็นลูกสาวคุณเด่นชื่อทัดดาว พอตาพ่วงได้ยินชื่อคุณเด่นและชื่อทัดดาวก็ยอมปล่อยมือทรุดตัวลงร้องไห้คร่ำ ครวญขอโทษคุณเด่น ฉับพลันก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาคลุ้มคลั่งและจะทำร้ายทัดดาวอีก

ทัดดาวกลัวรีบวิ่งหนีออกมาแล้วก็ต้องตกใจช็อค จนเป็นลมเมื่อเธอวิ่งมาชนร่างของใครคนหนึ่ง เมื่อฟื้นขึ้นมา...เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในชุดนอนผู้หญิงและนอนอยู่ในห้อง เต็มดวง เธอถามเต็มดวงว่ามานอนอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เต็มดวงบอกพอเธอเจอวิธูรแล้วเธอก็ช็อคจนเป็นลมล้มพับ วิธูรเลยต้องอุ้มเธอขึ้นมาส่งที่ห้อง ยังไม่ทันที่ทัดดาวจะได้ถามเรื่องที่ได้ยินเต็มดวงระบายความใจในกับคุณหญิง เต็มดวงก็สั่งให้ทัดดาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปจากห้อง ทัดดาวขอร้องเต็มดวงไม่ให้บอกใครว่าเธอเป็นผู้หญิง เต็มดวงย้อนถามว่าทำไม ทัดดาวกำลังจะตอบ พอดีต้อมเปิดประตูเข้ามาเห็นสุทัศน์กำลังใส่เสื้อผ้า ต้อมได้โอกาสใส่ความสุทัศน์ว่าลวนลามเต็มดวง คุณเดือนถามเต็มดวง...เต็มดวงยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง อรอกหักผิดหวังคิดไม่ถึงว่าสุทัศน์จะไปชอบผู้หญิงทึนทึกอย่างเต็มดวงมากกว่า ตัวเอง วิธูรไม่เข้าใจว่าทำไมเต็มดวงต้องยอมรับออกไปว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งๆที่เขากับเธอก็รู้ความจริงอยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร เต็มดวงบอกที่ต้องตอบแบบนั้นเพราะกลัวคุณเดือนจับได้ว่าสุทัศน์ไปรู้ความลับ เรื่องตาพ่วง ดังนั้นเธอจึงอยากให้ทัดดาวออกไปจากที่นี่ก่อนๆที่ทัดดาวจะเดือดร้อ วิธูรงงถามเต็มดวงว่าใครคือทัดดาว เต็มดวงเล่าความจริงให้วิธูรฟังว่าสุทัศน์คือทัดดาวเจ้าของบ้านบุษยาตัวจริง และเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ในพินัยกรรมทั้งหมดของคุณเด่น เต็มดวงจำทัดดาวได้ดีเพราะคุณเดือนเคยใช้ให้สะกดรอยตามคุณเด่นไปถึง เชียงใหม่ จนเธอได้เห็นทัดดาว ตอนนั้นเธอตั้งใจจะบอกความจริงกับคุณเดือนว่าคุณเด่นมีลูกกับจิตรี แต่เธอก็ทำไม่ลงเพราะสงสารทัดดาว เต็มดวงให้วิธูรไปช่วยพูดกับเจ้ายอดขวัญว่าสุทัศน์เข้ามาลวนลามเธอจริง วิธูรลำบากใจแต่ก็ต้องยอมโกหกเจ้ายอดขวัญไปตามที่เต็มดวงขอร้อง

เจ้ายอดขวัญจึงพาสุทัศน์มาอยู่ที่ร้านอาหารในฝัน เขากับสุทัศน์และแต้มช่วยกันปรับปรุงซ่อมแซมร้านอาหารเก่าๆให้กลายเป็นร้าน อาหารใหม่ในสไตล์ล้านนา ตามที่เขากับสุทัศน์ร่วมคิดร่วมฝันสร้างด้วยกันจนสำเร็จ เจ้าน้อยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้าน มีแต้มเป็นเชฟดูแลเรื่องอาหาร ส่วนสุทัศน์ขอเป็นเด็กเสริฟให้บริการลูกค้า ในวันเปิดร้าน...เจ้าน้อยทำเอาสุทัศน์ถึงกับบ่อน้ำตาแตก เมื่อเขาให้บางกับเที่ยงย้ายจากไร่มาอยู่ที่ร้านอาหารกับสุทัศน์ ทัดดาวกับเที่ยงดีใจที่ได้พบกันอีก ทั้งสองสัญญาว่าจะไม่พรากจากกันไปไหนอีกแล้ว เจ้าแสงคำมาเห็นแปลกใจว่าทำไมร้านอาหารในฝันที่เธอเคยฝันร่วมกับเขาถึงได้ เปลี่ยนไป แต้มไม่รู้เรื่องอะไรบอกว่าเจ้ายอดขวัญกับสุทัศนเป็นคนช่วยกันคิดและช่วยกัน ฝันทำให้ร้านอาหารในฝันออกมาแบบนี้ เจ้ายอดขวัญพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ขอให้เจ้าแสงคำช่วยหานาฏศิลป์ทางเหนือมาช่วยสร้างบรรยากาศในร้าน เจ้าแสงคำรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนเกิน เพราะเจ้ายอดขวัญมัวแต่สนุกสนานและมีความสุขกับสุทัศน์ที่มีลูกค้ามาอุดหนุน เต็มร้าน

ตอนนี้ทั้งเจ้าแสงคำหญิงสาวคนที่วิธูรแอบรักมาสิบกว่าปีกับทัดดาวเด็กสาวที่ เขาเกือบเผลอใจรัก ต่างถูกเจ้ายอดขวัญเพื่อนรักของเขาครอบครองหัวใจไปหมด ทัดดาวเป็นห่วงตาพ่วง จึงฝากอาหารกับแต้มไปให้วิธูรแอบสับเปลี่ยนกับอาหารที่คุณเดือนผสมยากล่อม ประสาทให้ตาพ่วงกินทุกวัน เจ้ายอดขวัญเข้าใจผิดคิดว่าสุทัศน์ฝากไปให้วิธูร พอวิธูรรู้ว่าเจ้ายอดขวัญกำลังหึงเขากับสุทัศน์ จึงรวมหัวกับแต้มแกล้งทำให้เจ้ายอดขวัญหึงเล่นๆ แต่เจ้ายอดขวัญกลับหึงจริงๆและไม่พอใจจนมีปากเสียงกับสุทัศน์ วิธูรแซวเจ้ายอดขวัญว่าจิตใจไม่ปกติชอบผู้ชายด้วยกัน เจ้ายอดขวัญปฎิเสธและประกาศหมั้นกับเจ้าแสงคำทันที เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าจิตใจของเขาเป็นผู้ชายแท้ๆและยังชอบผู้หญิง จริงๆอยู่ ตั้งแต่นั้นมา...ทัดดาวก็ซึมเศร้าลงจนเที่ยงสงสัยถามว่ากำลังมีใจกับเจ้ายอด ขวัญอยู่หรือ ทัดดาวปฎิเสธเสียงแข็งไม่มีวันที่คนอย่างเธอจะไปรักคนที่เขาเกลียดเธอมาก ได้ ในที่สุดเจ้ายอดขวัญก็ต้องตัดใจไล่สุทัศน์ออกจากร้าน ทั้งๆที่อยากให้สุทัศน์อยู่ใกล้ๆแต่ก็ต้องให้อยู่ไกลๆเพื่อไม่ให้หัวใจตัว เองต้องสับสน

สุทัศน์ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนไร้หัวใจและไร้เหตุผลถึงเพียงนี้ ทัดดาวเสียใจร้องไห้หนีออกมาเช่าบ้าน คุณดนัย อยู่กับเที่ยง โดยเธอหารู้ไม่ว่าเต็มดวงเป็นคนแอบหาไว้ให้และให้วิธูรเป็นคนพามาเช่า แทนที่เจ้ายอดขวัญได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้าแสงคำแล้วจะมีความสุข แต่เขากลับมีความทุกข์เพราะหัวใจสับสนที่ผิดปกติ เจ้าแสงคำรู้ว่าความสับสนในใจของเขาไม่ได้ผิดปกติเลย แต่นั่น...มันเป็นเพราะเขากำลังหลงรักผู้หญิงจริงๆอยู่ ซึ่งเธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าสุทัศน์เป็นผู้หญิงจริงๆที่เจ้ายอดขวัญกำลังเป็น ทุกข์เพราะหลงรัก เมื่อต้องปั่นจักรยาน...ไปรับไปส่งผ้าและต้องผ่านหน้าร้านอาหารในฝันทุก ครั้ง ไม่รู้ทำไมทัดดาวถึงต้องหยุดและมองเข้าไปในนั้นทุกครั้งด้วย

ส่วนเจ้ายอดขวัญก็เหมือนกัน..ไม่รู้ทำไมพอส่งเจ้าแสงคำกลับคอนโดแล้ว ถึงต้องขับรถมาจอดที่หน้าบ้านเช่าของสุทัศน์ทุกวัน ทัดดาวมาร้องไห้คร่ำครวญระบายความในใจให้วิธูรฟัง เธอรู้ว่าเธอทำผิดที่โกหกเจ้ายอดขวัญว่าเป็นผู้ชาย เธอกลัวเหลือเกินที่จะบอกความจริงกับเขา แต่เธอก็หวังที่อยากจะอยู่ร้านอาหารในฝันกับเขา และหวังที่อยากจะให้เขาชอบเธอคนเดียวก็เลยไม่กล้าบอกวิธูรให้กำลังใจและปลอบ ใจทัดดาวว่า “รักแท้ย่อมหาทางของมันเองได้” ทัดดาวรับงานเย็บผ้ามาทำมากขึ้นเพื่อให้ลืมเจ้ายอดขวัญจนได้รู้จักและสนิท กับ คุณแต้ว ภรรยาของคุณดนัย เธอถึงได้รู้ความจริงว่าคุณดนัยเคยเป็นทนายประจำตระกูลบุษยามาก่อน เต็มดวงพาตาพ่วงหนีออกมาจากบ้านบุษยาได้สำเร็จ ให้วิธูรพาตาพ่วงมาอยู่กับทัดดาว ทำให้ทัดดาวได้รู้ว่าหลังจากที่คุณเด่นเสียชีวิตไปแล้ว คุณเดือนก็ทำพินัยกรรมปลอมขึ้นมาใหม่และให้นายเฉิดเข้ามาตีสนิทกับคุณดนัย เมื่อคุณดนัยพลาดท่านายเฉิดก็ถือโอกาสเปลี่ยนพินัยกรรม พอได้พินัยกรรมตัวจริงมาคุณเดือนก็รีบเอาไปซ่อน แต่โชคดีที่ตาพ่วงแอบรู้ที่ซ่อนจึงได้ขโมยไปเก็บไว้ คุณเดือนโกรธให้นายเฉิดตามล่าและจับตาพ่วงมาถามหาพินัยกรรมตัวจริง ตาพ่วงไม่ยอมบอกเลยโดนคุณเดือนจับตัวขังล่ามโซ่และให้กินยากล่อมประสาทจนสติ เลอะเลือน ตอนนี้พอมีสติกลับคืนมาตาพ่วงก็ยอมบอกที่ซ่อนพินัยกรรมตัวจริงให้ทัดดาวรู้ ว่าอยู่หลังรูปคุณเด่นเหนือหัวนอนคุณหญิงบุษย์

ในที่สุด...เจ้ายอดขวัญก็ทนเสียงเรียกร้องในใจของตัวเองไม่ไหว เขามาสารภาพกับสุทัศน์ว่าเขาชอบสุทัศน์จริงๆ ไม่ว่าสุทัศน์จะเป็นผู้ชายหรือเป็นอะไรเขาก็ไม่สนทั้งนั้น เขาพยายามจะลบความรู้สึกแบบนี้แล้วแต่เขาก็ทำไมได้ เพราะฉะนั้น...เขาจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น ทัดดาวดีใจที่ได้กลับมาทำงานที่ร้านอาหารในฝันและได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้ายอด ขวัญอีกครั้ง แล้ววันหนึ่ง...เธอตัดสินใจที่จะบอกความจริงกับเขา พอดีเจ้าพัฒนาชิงมาบอกความจริงเรื่องพ่อกับแม่ของเขาเสียก่อน เจ้าพัฒนาไม่ใช่พ่อแท้ๆของเขา แต่เป็นลุงแท้ๆที่เลี้ยงดูเขาเหมือนลูกแท้ๆแทน น้องสาวแม่ของเขาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเป็นเด็กๆ ส่วนพ่อที่แท้จริงของเขาได้กลับไปอยู่เมืองนอกและแต่งงานอยู่กินกับเศรษฐีนี ชาวออสเตรียมีลูกด้วยกัน

หลังจากเจ้าพัฒนาให้รูปพ่อเขาดูแล้วกลับไป ต้อมก็เข้ามาบอกความจริงกับเขาอีกว่าสุทัศน์เป็นผู้หญิง พอทัดดาวจะบอกความจริงก็โดนเจ้ายอดขวัญโมโหใส่เขาเสียใจมากที่เป็นคนโง่อยู่ แค่คนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมถึงต้องถูกคนที่เขารักหักหลัง ทำไมเจ้าพัฒนาถึงไม่บอกเขาตั้งแต่แรกว่าไม่ใช่พ่อแท้ๆ แล้วทำไมสุทัศน์ถึงไม่บอกเขาตั้งแต่แรกอีกว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ ตอนที่เขามาสารภาพว่าชอบเธอ เขาไม่สนเลยว่าเพื่อนเขาครอบครัวเขาจะคิดยังไง รู้ไหม...สำหรับเขามันยากเหลือเกินที่จะทำแบบนี้ รู้ไหม...ว่าเขาต้องการใครซักคนที่ไว้ใจและเชื่อใจได้มาอยู่ใกล้ๆและเป็น กำลังใจ แต่ตอนนี้มันคงไมใช่เธออีกแล้ว...เพราะตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร เธอไม่ใช่เด็กสุทัศน์คนเดิมที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไป ทัดดาวสารภาพว่าอยากจะบอกเขาตั้งนานแล้ว แต่เธอกลัวว่าถ้าบอกไปกลัวเขาไม่อยากเจอเธออีก เหตุผลที่เธอมาบอกเขาในวันนี้เพราะเธอรักเขา เธออยากให้เขารู้และมองเธอเป็นผู้หญิงเหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอเสียใจที่ทำผิดกับเขา แต่ถ้าเขาอยากให้เธอออกไปจากชีวิตของเขา...เธอก็จะไป และถ้าเขาไม่อยากเจอหน้าเธออีก...เธอก็จะไม่อยู่ให้เขาเห็นหน้าอีกต่อไป

ทัดดาวหนี....ออกมาจากชีวิตเจ้ายอดขวัญ ตั้งแต่วันนั้นทั้งเขาและเธอก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จดหมายเต็มดวงเขียนมาถึงทัดดาวปลุกให้เธอลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์อันชอบทำของตัว เองกลับคืน ทัดดาวแปลกใจที่จู่ๆเต็มดวงกลับมาทำดีด้วย ทั้งๆที่เป็นคนทำให้เธอต้องกระเด็นออกมาจากบ้านบุษยา เต็มดวงนัดทัดดาวให้มาพบคืนนี้ เมื่อทัดดาวมาพบหลังบ้านบุษยาตามนัดไม่พบเต็มดวง แต่กลับพบคุณเดือนต้อมนายเฉิดยายมาและตาเหมือน คุณเดือนให้นายเฉิดกับตาเหมือนจับทัดดาวไปขังรวมไว้กับคุณหญิง...หวังเอาให้ ตายกันหมดทั้งตระกูล ทัดดาวผิดหวังคิดว่าเต็มดวงน่าจะเป็นมิตรที่ดีและไว้ใจได้แต่กลับมาทรยศหัก หลังกับเธอได้อีก เต็มดวงเองก็ได้รับจดหมายนัดจากทัดดาวให้มาพบที่ร้านอาหารในฝันคืนนี้ด้วย เหมือนกัน แต่มาแล้วไม่พบทัดดาวพบเจ้ายอดขวัญเจ้าแสงคำและวิธูรที่ร้าน วิธูรบอกเต็มดวงว่าทัดดาวไม่ได้ทำงานที่นี่นานแล้ว เที่ยงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาทัดดาว...ทำให้ทั้งหมดรู้ว่าทัดดาวหายไป เจ้ายอดขวัญบึ่งรถไปตามหาทัดดาวที่ไร่โดยทิ้งคู่หมั้นของตัวเองให้ระทมทุกข์ อยู่กับวิธูร เขามั่นใจว่าทัดดาวจะต้องมาที่นี่และต้องอยู่บนเนินเขาแน่ๆ เพราะมันเป็นที่ๆเธอชอบมาวิ่งเล่นเวลามีความสุขและชอบมานั่งนิ่งๆคนเดียว เวลามีความทุกข์ แต่เขาก็ไม่พบและไม่เห็นแม้แต่เงาของทัดดาวอยู่ที่นี่

ถึงแม้จะถูกกักขัง...เยี่ยงนักโทษประหาร แต่ทัดดาวก็มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดและได้ดูแลคุณย่าของเธอ คุณหญิงเสียใจขอโทษทัดดาวที่เมื่อก่อนไม่เคยดูดำดูดีจิตรีและทัดดาวเลย เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นความผิดของเธอเอง ถ้าตอนนั้นเธอรักคุณเด่นและเข้าใจเขามากพอ เธอคงไม่ทำให้เขาเจ็บปวดทรมานและตายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เธอไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้เลยที่พรากผัวพรากเมียและยังมาพรากพ่อจากลูกได้ ลงคออีก ต่อไปนี้เธอสัญญาว่าจะไม่ทำผิดกับทัดดาวเหมือนที่เคยทำผิดกับคุณเด่นอีกแล้ว เธออยากให้ทัดดาวทวงสิทธิ์ในพินัยกรรมของตัวเองกลับคืนมา แต่ทัดดาวกลับไม่ได้หวังอะไรอีกแล้วในตอนนี้ นอกจากหวังให้มีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณของคุณหญิงกับจิตรี เธอสัญญาว่าถ้าพาคุณหญิงหนีออกไปจากที่นี่ได้ เธอจะสร้างบ้านหลังเล็กๆที่เต็มไปด้วยความสุขอยู่กับคุณหญิงและจิตรี พอเช้าตื่นขึ้นมาหลังจากที่เธอรดน้ำพรวนดินต้นไม้แล้ว เธอจะพาคุณหญิงไปเดินเล่นบนเนินเขาข้างๆบ้านทุกวัน ขอแค่นี้...เป็นอย่างนี้ทุกเช้าทุกวันเธอก็มีความสุขแล้ว

เจ้ายอดขวัญ...ไม่นึกว่าสิ่งที่ทำลงไปมันจะกลายเป็นหนามแหลมทิ่มแทงหัวใจตัว เองให้กลายเป็นแผลลึก เขาซมซานกลับมารักษาแผลใจที่คุ้มพัฒนา พยายามลืมทัดดาวให้ได้และหันมาสานต่อความรักของเขากับเจ้าแสงคำให้กลับมา เหมือนเดิม แม้ว่าจะพยายามสานเพียงไร....แต่มันก็คงจะสานให้ติดแล้วกลับมาเป็นเหมือน เดิมไม่ได้อีกแล้ว เพราะใจของเขาอยู่กับทัดดาวไม่ได้อยู่กับเจ้าแสงคำเลย ในที่สุดทั้งสองก็ต้องจบเรื่องราวความรักที่มีต่อกันและกันลง เมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ว่ายิ่งสานเส้นใยหัวใจมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งผูกพันจนเส้นใยนั้นบีบรัดหัวใจให้เจ็บปวด หลังจากคุณเดือนพบความจริงว่าสุทัศน์คือทัดดาวบุษยา เธอร่วมมือกับนายเฉิดเผาเรือนที่คุณหญิงกับทัดดาวถูกขังให้มอดไหม้หวังเผา ให้ตายกันทั้งย่าทั้งหลานเลย แต่โชคดีที่วิธูรกับเต็มดวงเข้ามาขัดจังหวะและช่วยทัดดาวกับคุณหญิงไว้ทัน ทำให้นายเฉิดพลาดท่าถูกไฟคลอกตาย คุณเดือนคลุ้มคลั่งเสียสติเป็นบ้าเมื่อเห็นนายเฉิดตายไปต่อหน้าต่อตาตัวเอง

เมื่อคุณดนัยเปิดพินัยกรรมตัวจริงออกอ่าน ทัดดาวได้ครอบครองมรดกทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียวตามความประสงค์ของคุณเด่น ต้อมรับไม่ได้เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวดองอะไรเลยกับตระกูลบุษยา เธอประชดชีวิตและหันไปติดยาจนโดนตำรวจจับเข้าคุก ทัดดาวกับแต้มต้องไปประกันตัวต้อมออกมา ทัดดาวปลอบกอดต้อมและเรียกต้อมว่าน้องสาว ต้อมถึงกับน้ำตาร่วงก้มลงกราบแทบเท้าขอโทษแทนพ่อกับแม่ของตัวเอง ส่วนแต้มทัดดาวส่งเสริมให้เรียนปริญญาโทด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวที่ สถานบัน VATEL ที่ฝรั่งเศสต่อ วิธูรแยกตัวออกไปเปิดบริษัทส่งออกสินค้าหัตถกรรมฯอยู่ที่เชียงใหม่กับเจ้า แสงคำคนรักของเขา เต็มดวงหันไปปฎิธรรมสงบนิ่ง จิตรีพาคุณหญิงบุษย์ไปอยู่กับเธอที่คุ้มพัฒนาเพื่อขอทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดี ให้กับแม่สามีบ้าง

ทัดดาวกลับมาที่ไร่ในฝันอีกครั้ง....เธอมายืนคนเดียวนิ่งๆอยู่บนเนินเขา เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ แล้วใครบางคนที่เธอรอคอยก็มาเจ้าแสงคำกับวิธูรเป็นกาวใจทำให้เจ้ายอดขวัญกับ ทัดดาวได้ปรับความเข้าใจและคืนดีกัน เจ้ายอดขวัญขอทัดดาวแต่งงานแต่ถูกปฎิเสธ เพราะอยากให้เขากับเธอทำไร่ทัดดาวยอดขวัญด้วยกันสำเร็จก่อน

“ชีวิตนี้ช่างเหมือนฝัน ต่างคนต่างเกลียดกัน...แต่แล้วกลับมาพบและรักกันได้อย่างพิศดารยิ่งนัก ”



บทประพันธ์โดย : ชอุ่ม ปัญจพรรค์
บทโทรทัศน์โดย : ยิ่งยศ ปัญญา
กำกับการแสดงโดย : ผอูน จันทรศิริ
ผู้จัดละครโดย : ปิยวดี มาลีนนท์
ผลิตโดย : เวฟ มีเดีย โปรดักชั่น จำกัด
ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีช่อง 3



รายชื่อนักแสดงนำในละคร ทัดดาวบุษยา


ทฤษฎี สหวงษ์ รับบท เจ้ายอดขวัญ ในละคร ทัดดาวบุษยา
วรกาญจน์ โรจนวัชร รับบท ทัดดาว ในละคร ทัดดาวบุษยา
ธนกฤต พานิชวิทย์ รับบท วิธูร ในละคร ทัดดาวบุษยา
คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ รับบท เจ้าแสงคำ ในละคร ทัดดาวบุษยา
สินิทรา บุญยศักดิ์ รับบท เต็มดวง ในละคร ทัดดาวบุษยา
ศุกล พงศทัต รับบท นายเฉิด ในละคร ทัดดาวบุษยา
เมธัส ตรีรัตน์รวารีสิน รับบท แต้ม ในละคร ทัดดาวบุษยา
โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท ต้อม ในละคร ทัดดาวบุษยา
สุพรรษา เนื่องภิรมย์ รับบท คุณนายจิตรี ในละคร ทัดดาวบุษยา
ดิลก ทองวัฒนา รับบท เจ้าพัฒนา ในละคร ทัดดาวบุษยา
ปภัสรา เตชะไพบูลย์ รับบท คุณนายเดือน ในละคร ทัดดาวบุษยา
ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท เที่ยง ในละคร ทัดดาวบุษยา
วิชัย จงประสิทธิพร รับบท บาง ในละคร ทัดดาวบุษยา
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบท คุณหญิงบุษย์ ในละคร ทัดดาวบุษยา
สุเชาว์อพงษ์วิไล รับบท ตาพ่วง ในละคร ทัดดาวบุษยา
เมตตาอรุ่งรัตน์ รับบท ยายมา ในละคร ทัดดาวบุษยา
รอง เค้ามูลคดี รับบท ตาเหมือน ในละคร ทัดดาวบุษยา
อนุสรณ์ เดชะปัญญา รับบท คุณเด่น ในละคร ทัดดาวบุษยา


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ไทยทีวีสีช่อง 3